Search
  

เนื้อหาทั้งหมด | Archives | ค้นหา

Thursday, November 24, 2016
ธรรมะอมยิ้ม : เป็นได้ ถ้าใจรัก ธรรมะอมยิ้ม : เป็นได้ ถ้าใจรัก
By all Magazine @ 3:13 PM :: 533 Views :: 0 Comments :: Article Rating :: พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต
 
 
 

ธรรมะอมยิ้ม : พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต
ภาพ : ขวัญญาณี สมบัติ
All magazine ตุลาคม 2559


เป็นได้ ถ้าใจรัก

     ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุก ๆ ท่าน มาแล้วจ้า... ‘ธรรมะอมยิ้ม’ ฉบับอิ่มใจมาแล้ว พระมหาสมปองพร้อมส่งตรงธรรมะแบบเดลิเวอรี่เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือความสุขและกำลังใจที่มอบให้
     ก่อนอื่น โยมทุกท่านต้องทำความเข้าใจว่า ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนไม่แน่นอน เป็นกฎของธรรมชาติ เราอย่าไปบงการ อย่าไปถือครองว่าสิ่งนี้เป็นของเรา ในโลกไม่มีอะไรที่แน่นอน ที่ดำกลับขาว (ผม) ที่ตึงก็หย่อน (เนื้อหนัง) ที่ใสกลับมัว (ตา) ที่มั่นกลับคลอน (ฟัน) มีอย่างเดียวเท่านั้นที่ยิ่งแก่ ก็ยิ่งตึง นั่นคือหูของเรานี่แหละโยม มันเป็นเรื่องธรรมดาของสังขาร มันย่อมเปลี่ยนแปลงไป อยู่ที่ว่าจะช้าหรือเร็ว ไม่ใช่แค่สังขารของคนเรานะโยม คนในสังคมปัจจุบันก็เปลี่ยนไปเยอะ ชนิดที่ว่าเปลี่ยนไปจนน่าตกใจ มีอยู่วันหนึ่งลูกศิษย์อาตมามาบอกว่า “พระอาจารย์ครับ ตอนนี้วัดเราฝรั่งเพียบเลยครับ” อาตมาก็บอกว่า “ถ้ามันเยอะก็เก็บไปถวายพระสิ จะได้บุญด้วย” ลูกศิษย์ยิ้มแล้วบอกว่า “ไม่ใช่ฝรั่งลูกครับ แต่เป็นฝรั่งคน เขามาเที่ยววัดเราเยอะเลย” อาตมาก็พูดว่า “แล้วก็ไม่บอกว่าฝรั่งคน ก็ดีน่ะสิ เขาจะได้ชมวัดวาอาราม ได้เข้าถึงวัฒนธรรมไทย” ลูกศิษย์อาตมาก็พูดขึ้นอีกว่า “พระอาจารย์ครับในกลุ่มของฝรั่งที่มานั้น มีผู้ชายคนหนึ่งไม่นุ่งกางเกงด้วยครับ” อาตมาก็พูดว่า “อ้าว ทำไมไม่ไปบอกเขาว่า วัดเป็นโบราณสถาน เป็นสถานที่ที่ต้องแต่งตัวเรียบร้อย ไม่ใช่ชายหาด จะแต่งตัวแบบนี้ไม่ได้” ลูกศิษย์อาตมามันยิ้มแล้วพูดว่า “ที่ผู้ชายคนนั้นไม่นุ่งกางเกง เพราะว่าเขานุ่งกระโปรงครับ” อาตมามองหน้าลูกศิษย์ แล้วคิดในใจว่ากรรมแท้ ๆ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม กรรมใครกรรมมัน (แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้ลูกศิษย์ของอาตมา กำลังจะมีเคราะห์และกรรมหนักมาพร้อม ๆ กัน)
เอาละโยม เกริ่นมาพอสมควร มาเข้าสู่ประเด็นกันดีกว่า ฉบับนี้เราจะมาพูดถึง เป็นไปได้ ถ้าใจรัก โยมหลายท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมบางคนถึงได้ประสบความสำเร็จแทบทุกเรื่อง เขาทำอย่างไรถึงเป็นแบบนั้น อาตมาขอบอกว่า คนเรามี 5 ประเภท
     1.    คนประสบความสำเร็จ คือ คนที่ทำจนได้ คนประเภทนี้ เป็นคนที่รักในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่รัก เมื่อได้ทำอะไรแล้วจะตั้งใจ และแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาเองอยู่เสมอ เมื่อมีคุณสมบัตินี้จึงทำให้เขาประสบความสำเร็จ โยมทุกท่าน อาตมาขอบอกว่า ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ แต่ขึ้นอยู่กับระบบความคิด และการลงมือทำ
     2.    คนจะประสบความสำเร็จ คือ คนที่ทำไม่ได้ แล้วยังทำต่อ คนประเภทนี้คือ เมื่อผิดพลาดล้มเหลวจะไม่จมอยู่กับอดีต แต่จะใช้อดีตถีบตนเองให้ขึ้นมาสูงกว่าเดิม พูดง่าย ๆ คือ เรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วนำมาพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น
     3.    คนล้มเหลว คือ คนที่ทำไม่ได้ แล้วล้มเลิก คนประเภทนี้คือ เมื่อทำไม่ได้ได้แล้วก็ไม่ทำต่อ ล้มเลิกความตั้งใจ จึงทำให้ล้มเหลวถาวร
     4.    คนไม่มีค่า คือ คนที่คิด แต่ไม่ทำ คนประเภทนี้ มีแต่ความคิด มีแต่ความฝัน ชนิดที่ว่าฝันลม ๆ แล้ง ๆ ฝันกลางวันอยู่ ตื่นขึ้นมาความฝันก็แตกสลายไป ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น
     5.    คนเป็นภาระ คือ คนที่ไม่คิด และไม่ทำอะไรเลย บางคนเกิดมาในโลก ไม่ได้ทำประโยชน์อันใด นอกจากเพิ่มประชากรโลกเท่านั้น คนประเภทนี้นอกจากไม่เกิดประโยชน์ ยังจะเป็นภาระให้กับผู้อื่นด้วย ดังนั้น ผู้ใดมีเป้าหมายในชีวิต ย่อมเดินทางได้ไกลกว่าผู้ที่ไม่มีเป้าหมาย เพราะชีวิตของคนนั้นจะไม่หักเหไปมา
     โยมทั้งหลาย จากคน 5 ประเภทเบื้องต้นที่อาตมายกมา ทำให้เห็นว่า คนเราต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่านอนอยู่เฉย ๆ แล้วความสำเร็จจะเข้ามา ไม่ใช่นั่งรอให้บุญหล่นทับ ไม่มีหรอกโยม ความสำเร็จมันย่อมเกิดจากการลงมือทำ โยมทั้งหลาย กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ปลาที่มีชีวิตอยู่เท่านั้นที่ว่ายทวนน้ำ ส่วนปลาที่ตายแล้ว ก็สุดแต่น้ำจะพัดไป บางคนสงสัยว่า ทำไมปลาจึงต้องว่ายทวนน้ำ เหตุเพราะว่าเมื่อมีน้ำที่ไหลเชี่ยวโอกาสที่จะมีชีวิตรอดก็มากตามไปด้วย หากปล่อยชะตาชีวิตให้ลอยไปตามน้ำ ก็ไม่พ้นที่จะตกเป็นอาหารอันโอชะของคน ดังนั้นมันก็ต้องว่ายทวนน้ำที่ไหล ไม่เพียงมีชีวิตรอดแต่มันยังได้อยู่กับน้ำที่ใสสะอาด นี่คือรางวัลปลอบใจที่มันได้รับจากการต่อสู้
     คนเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อเกิดมาแล้วไม่พัฒนาตนเอง ไม่ต่อสู้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายแล้ว
เมื่อไม่รู้ก็ต้องเรียน เมื่อไม่เข้าใจก็ต้องถาม อยากเชี่ยวชาญต้องหมั่นฝึกฝน อยากเป็นคนเหนือคนต้องพัฒนาไม่หยุด หากว่าเรามีความอดทน มีความเพียร แม้แต่เซียนก็ยังเคารพ
     โดยเหตุนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ยกเว้นปัญญาแล้ว เราสรรเสริญว่าขันติเป็นคุณธรรมอย่างยิ่ง”
     ความอดทนเป็นตบะของโยคี ความอดทนเป็นยอดดีของผู้มีคุณธรรม
     ความอดทนเป็นทุนชั้นต้นของเศรษฐี ความอดทนเป็นปุ๋ยอินทรีย์ของชีวิต
     โยม... อาตมาว่า จะปลูกพืชต้องเตรียมดิน จะกินต้องเตรียมอาหาร จะพัฒนาต้องพัฒนาที่คน จะพัฒนาคนต้องพัฒนาที่จิตใจ ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะเป็นเหมือนคำที่ว่า พัฒนาอะไรก็ติดถ้าจิตไม่พัฒนา เพราะจิตของคนเป็นสิ่งที่สำคัญ ถ้าเราสามารถยกระดับจิตใจได้ ทุกอย่างก็ไม่ยากในการพัฒนา
     ก่อนที่เราจะพัฒนาคนคนอื่น เราต้องพัฒนาตนเองก่อน ก่อนที่เราจะไปควบคุมคนอื่นเราต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเองก่อน เมื่อเราควบคุมตนเองได้ บริหารตนเองได้ คนอื่นก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะบริหารเขา เพราะว่าเราเข้าใจชีวิต เข้าใจถึงความแตกต่าง เราก็จะเข้าใจคน เมื่อเข้าใจคน เราก็จะอยู่กับคน และบริหารคนได้
     พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า จิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ เมื่อจิตของเราผ่องใส ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดีตามไปด้วย เพราะจิตที่มีคุณภาพดีจะส่งผลให้คุณภาพของชีวิตดี
     ดังนั้น อาตมาจึงขอสรุปว่า การทำงานให้ประสบความสำเร็จ ต้องอ่อนน้อมเหมือนคนไทย ตรงเวลาเหมือนฝรั่ง ขยันเหมือนคนจีน ทำงานเป็นทีมเหมือนคนญี่ปุ่น หากโยมเปิดใจรับได้ และลงมือทำตามนี้ อาตมาเชื่อว่าโยมประความสำเร็จแน่นอน เจริญพร
 

 
Rating
Comments

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 

พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต


จำนวนเรื่อง : 26

 พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต  

ดีเจอ้อย


จำนวนเรื่อง : 26

  ดีเจอ้อย

 

อ.จตุพล ชมพูนิช


จำนวนเรื่อง : 26


อ.จตุพล ชมภูนิช 

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);