เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : ล่องเรือสำเภาชมเขาหินปูน ฮาลองเบย์ เวียดนามเหนือ
    Search
  
08
เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : ล่องเรือสำเภาชมเขาหินปูน ฮาลองเบย์ เวียดนามเหนือ
 
 

เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : เปรียบตะวัน จันทรวาริณ
all magazine มีนาคม 2560


ล่องเรือสำเภาชมเขาหินปูน ฮาลองเบย์ เวียดนามเหนือ
ล่องเรือสำเภาชมเขาหินปูน ฮาลองเบย์ เวียดนามเหนือ

ล่องเรือสำเภาชมเขาหินปูน
ฮาลองเบย์ เวียดนามเหนือ

      ฤดูหนาวผ่านไปไวเหมือนติดจรวด ตอนเขียนต้นฉบับเล่มนี้ก็ปาเข้าไปต้นเดือนกุมภาพันธ์แล้ว อากาศบ้านเราร้อนปานอยู่ในตู้อบไอน้ำ เพราะเหงื่อท่วมตลอดเวลานั่นเอง (ฮา) ต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว ที่เกริ่นไว้ว่าจะพาไปฮาลองเบย์ อ่าวขึ้นชื่อของประเทศเวียดนามกันครับ
    ทริปฮานอย - ฮาลองเบย์ของผม อยู่ในวันที่สามของทริป เนื่องจากสองวันแรกขอใช้ชีวิตเป็นฮิปสเตอร์ฮานอยให้หนำใจเสียก่อน อย่างที่เรียนไปในฉบับที่แล้วว่าด้วยลูกอ้อนหรือความงามของรีเซฟชั่นก็ไม่ทราบ แต่ผมได้ตกอยู่ในภวังค์ควักเงิน 100 ดอลลาร์สหรัฐให้เธอไปอย่างง่าย ๆ (โปรแกรม One Day Trip สำหรับ 2 คน) ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแพงกว่าบริษัททัวร์ตามซอกซอยในฮานอยก็ตาม เธอคิดผมคนละ 50 เหรียญ ทว่าโดยปกติเรตราคามาตรฐานนั้น ถ้าเป็นแบบสแตนดาร์ดต่อรองแล้วจะอยู่ที่ 23 - 25 เหรียญ ดีลักซ์ 25 - 28 เหรียญ ส่วนวีไอพีแบบที่ผมจองราคาจะอยู่ที่ 30 เหรียญ เท่ากับว่าผมเสียค่าเสน่หาไป 40 เหรียญ แต่เอาน่าถ้าหนุ่มคนไหนโดนอ้อนแบบนี้คงใจแข็งได้ยาก
    เนื่องจากทริปนี้ต้องใช้เวลาเดินทางไป - กลับ กว่า 6 ชั่วโมงได้ เพราะรถจำกัดความเร็วและถนนหนทางที่ไม่สามารถทำความเร็วได้ ถนนเมืองไทยไม่ว่าจะสายเหนือ อีสาน หรือใต้ สะดวกสบายกว่าเยอะครับ ที่เวียดนามถนนเขาเป็นสองเลนเสียมาก บางช่วงก็ต้องวิ่งสวนกัน คล้ายถนนชนบทบ้านเรา

ล่องเรือสำเภาชมเขาหินปูน ฮาลองเบย์ เวียดนามเหนือ      ผมแนะนำให้จองเป็นทริปค้าง 1 คืนที่ฮาลองเบย์ดีกว่าครับเพราะเพิ่มเงินอีกไม่มาก ไม่อย่างนั้นอาจบ่นตลอดทางแบบแฟนผมก็เป็นได้ เพราะต้องนั่งเมื่อยในรถเป็นเวลานาน อันนี้แนะนำให้จองบริษัททัวร์เช่นกัน เพราะจองของโรงแรมจะอยู่ที่ 175 เหรียญต่อคน แต่ถ้าบริษัททัวร์จะอยู่ราว 80 - 85 เหรียญครับ
     ประมาณ 7 โมงเช้า รถบัสก็วนมารับเราที่หน้าโรงแรมเพื่อมุ่งหน้าสู่ฮาลองเบย์ อากาศที่นี่กำลังหนาวพอดีเพราะเป็นช่วงกำลังจะเข้าปีใหม่ หนาวกว่าบ้านเราพอสมควรเหมือนอยู่บนดอยประมาณนั้นครับ ระหว่างทางมีแวะพักหนึ่งจุด เป็นเหมือนจุดขายของที่ระลึกและอาหารเครื่องดื่ม แวะประมาณ 20 นาที ใช้เวลานั่งรถกว่า 3 ชั่วโมงก็มาถึงท่าเรือ เย้ ! ทุกคนในรถถึงกับออกอาการดีใจครับ
     ในที่สุดก็มาถึงฮาลองเบย์ ไกด์พาทุกคนไปหน้าทางเข้าพร้อมแจกตั๋วขึ้นเรือ ที่ท่าเรือมีเรือทรงย้อนยุคแนว ๆ เรือสำเภาจอดเรียงรายเกือบร้อยลำ เรือท่องเที่ยวในอ่าวฮาลอง ส่วนใหญ่เป็นเรือขนาดกลาง และมีการสร้างหัวมังกรไว้ที่หัวเรือ หรือบางลำก็มีการสร้างเป็นลักษณะของเรือใบย้อนยุคเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกลิ่นอายของการเดินเรือในอดีต เมื่อขึ้นเรือไกด์ก็อธิบายที่มา - ที่ไปของอ่าวแห่งนี้ พร้อมทยอยเสิร์ฟอาหาร แต่ละเมนูค่อย ๆ ออกมาให้ลิ้มชิมรส พร้อมกับออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ทะเลและเรียงรายด้วยเขาหินปูนที่มีเยอะมาก
     ผมได้ข้อสังเกตอีกอย่างคือแม้จะซื้อตั๋ววีไอพีมาแต่เครื่องดื่มก็ต้องเสียเงินต่างหาก และกิจกรรมต่าง ๆ ก็แทบไม่ต่างกันกับตั๋วสแตนดาร์ดหรือดีลักซ์ ต่างเพียงเรือ จำนวนคนร่วมทริป และอาหาร นอกนั้นผมว่าเหมือนกัน ฉะนั้นแนะนำให้ซื้อตั๋วให้ถูกที่สุดดีกว่าครับ เก็บเงินส่วนต่างไว้ซื้อเครื่องดื่มในเรือแทน ที่เวียดนามนั้นเบียร์ราคาถูกกว่าเมืองไทยพอสมควร ทริปฮานอย - ฮาลองเบย์นี้ผมเลยแทบจะดื่มเบียร์แทนน้ำเลยทีเดียว
     เรานั่งเรือสำเภาจำลองเที่ยวชมอ่าวไปตามเกาะหินปูน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก็มาถึงจุดทำกิจกรรมจุดแรก  นั่นคือให้เลือกระหว่างพายเรือคายัค หรือนั่งเรือพายเที่ยวชมโดยมีคนพายให้ หรือจะเลือกทั้งสองอย่างก็ได้เช่นกัน ผมเลือกนั่งชมความงามพร้อมถ่ายภาพครับ เกาะแก่งและเขาหินปูนเหล่านี้มีขนาดและรูปร่างแตกต่างกัน ชาวเรือตั้งชื่อเกาะตามลักษณะของเกาะหินปูน เช่น เกาะหงษ์ เกาะเต่า เกาะแมวน้ำ และเกาะตะเกียบ เป็นต้น บางเกาะมีโพรงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยอยู่ตามผนังและเพดาน
     ใช้เวลาทั้งหมดตรงกิจกรรมนี้ประมาณ 30 - 45 นาที ก็เดินทางขึ้นเรือเพื่อจะไปชมความงดงามของถ้ำเด่าโก๋ (Dao Go) ถ้ำกลางทะเลสาบที่มีหินงอกหินย้อยงดงาม ที่นี่ได้รับการเปิดตัวจากนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่เข้ามาเยือนเป็นกลุ่มแรกในช่วงศตวรรษที่ 19 และได้เรียกถ้ำนี้ว่าถ้ำสวรรค์ หรือถ้ำนางฟ้า
     ไกด์ของเราเดินนำลูกทีมพร้อมอธิบายประวัติของถ้ำอย่างละเอียด และพาเดินขึ้นเขาเข้าไปยังถ้ำ ผมว่าจุดเด่นภายในถ้ำแห่งนี้คือจินตนาการของคนที่ค้นพบครับ เพราะเขาจะนำไฟสีสันต่าง ๆ ไปวางไว้ยังหินงอกหินย้อยที่ดูคล้ายคน หรือมังกร และอีกสารพัดสรรพสิ่งที่เขาตีความว่ามันคล้าย ทำให้ภายในดูสวยงามด้วยสีสันของไฟที่กระทบกับหินงอกหินย้อยนั่นเอง ที่นี่เราใช้เวลาเดินเที่ยวชมราวหนึ่งชั่วโมง จากนั้นก็กลับขึ้นเรือเพื่อมุ่งหน้าเข้าฝั่งครับ เป็นอันจบกิจกรรมล่องเรือเที่ยวอ่าวฮาลอง โดยรวมผมชอบบรรยากาศและความงามนะครับ เพียงแค่รู้สึกว่าทะเลบ้านเราทางอันดามันสวยกว่าเท่านั้น เมืองไทยเรามีดีกว่าที่คิดจริง ๆ อย่างเมื่อเปรียบกับเขาหินปูนที่พังงาหรือถ้ำที่ตรัง ก็ให้อรรถรสที่ไม่ต่างกันนัก สิ่งที่แตกต่างก็คือวัฒนธรรม อาหาร อากาศ และบรรยากาศนั่นเอง
     เอ้า ! ต้องขอร่ำลากันเลยครับ เพราะผมต้องนั่งรถกลับฮานอยอีกกว่า 3 ชั่วโมง (ฮา) เอาเป็นว่าเจอกันใหม่เดือนหน้านะครับ

ล่องเรือสำเภาชมเขาหินปูน ฮาลองเบย์ เวียดนามเหนือ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);