บุคคล (ไม่) ธรรมดา : Paperista ลูกปัดกระดาษ ให้โอกาสชีวิต
    Search
  
21
บุคคล (ไม่) ธรรมดา : Paperista ลูกปัดกระดาษ ให้โอกาสชีวิต
 
 

บุคคล (ไม่) ธรรมดา: ปารมี ปิยะศิริศิลป์ 
ภาพ : พิภพ คุณชล
All magazine กุมภาพันธ์ 2560

Paperista ลูกปัดกระดาษ ให้โอกาสชีวิต
เปรม - เปรมวดี แก้วบุรี

Paperista
ลูกปัดกระดาษ ให้โอกาสชีวิต

      ในสภาวะที่คุณกำลังกลายเป็นคนตกงาน หลายคนคงค้นหาทางออกให้กับตัวเอง แต่ผู้หญิงคนหนึ่งกลับไม่คิดแค่นั้น เธอมองหาวิธีที่จะทำให้คนอื่น ๆ ได้มีโอกาสในการใช้ชีวิตไปพร้อม ๆ กัน
      บุคคล (ไม่) ธรรมดา’ ฉบับนี้ จะพาคุณไปรู้จัก ‘เปรม - เปรมวดี แก้วบุรี’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Paperista ที่สร้างสรรค์เครื่องประดับจากลูกปัดกระดาษ เพื่อช่วยเหลือคนด้อยโอกาสในชุมชนแออัด

all : ก่อนมาทำ ‘Paperista’ คุณทำงานอะไร

เปรมวดี : ตอนแรกเราทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมค่ะ พอทำไปได้สักพักก็รู้สึกว่าอยากทำงานในองค์กร NGO เพราะ'ราสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ แต่ปรากฏว่าองค์กรของคนไทยที่ไปสมัคร ส่วนมากเขาจะระบุคุณสมบัติเรื่องของวุฒิการศึกษาเป็นหลัก ว่าคุณจบอะไรมา แต่เราเรียนจบแค่ ม. 6 เท่านั้นเอง ไม่สามารถสมัครได้ (หน้าเศร้า) บังเอิญมีองค์กรของต่างชาติ เขาลงประกาศในเว็บไซต์ว่าต้องการรับสมัครครูฝึกเย็บผ้า เราจะได้ทำงานกับคนด้อยโอกาสในสังคม ชุมชนแออัด โดยเน้นเรื่องปัญหาของเด็ก “เฮ้ย ! มันตรงเป้าหมายที่เราอยากจะทำ” สุดท้ายก็ได้ทำงานที่นั่นในตำแหน่งครูฝึกอาชีพ (ยิ้ม)

all : อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เด็กมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการขอทาน, ขโมยของ หรือค้ายาเสพติด

เปรมวดี : จากการที่ได้เข้าไปในชุมชน ปัญหาหลักเลยที่เห็นได้ชัดคือ ครอบครัว สภาพแวดล้อม และการศึกษาค่ะ เด็กที่มีปัญหาเหล่านั้นเขาอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด ผู้ปกครองไม่ค่อยมีความรู้ ไม่มีอาชีพ หรือหลักประกันในชีวิต พูดกันตามตรงพวกเขาเข้าไม่ถึงสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐด้วยซ้ำไป ส่งผลให้เด็กต้องดิ้นรนช่วยตัวเองและครอบครัวเพื่อความอยู่รอด

all : มีวิธีแก้ไขและป้องกันปัญหาบ้างไหม
เปรมวดี : นี่เป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติเลยนะ ถ้าเราสามารถที่จะทำให้เขาเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐได้ ปัญหาเหล่านี้ก็จะลดน้อยลง ถ้าพ่อแม่มีงานทำ เขาก็สามารถส่งลูกไปเรียนหนังสือได้ การศึกษาคือสิ่งที่จะช่วยพัฒนาและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จิตใจ และความคิดของคนไปในทางที่ดีได้

all : Paperista เกิดขึ้นมาได้ยังไง   
เปรมวดี : มีอยู่วันหนึ่งทางองค์กรเขาแจ้งว่าทุนในการสนับสนุนโครงการเกี่ยวกับอาชีพของคนในชุมชนไม่เพียงพอ จำเป็นต้องหยุดโครงการนี้ไว้ก่อน ขอยกเลิกสัญญาจ้าง เราถามเขาทันทีว่า “คนในชุมชนล่ะจะทำยังไง” ทางผู้บริหารเขาตอบว่า “คงต้องหยุดไว้ก่อน” คำตอบนี้ทำให้เรารู้สึกเป็นห่วงคนในชุมชน พอวันสุดท้ายที่จะออกจากงาน เราเดินเข้าไปในชุมชน พวกป้า ๆ เขาพูดขึ้นมาว่า “ครูคะ อย่างทิ้งพวกเรานะ” ประโยคนั้นทำให้เรานอนไม่หลับ คิดหาวิธีว่าจะทำยังไงให้ตัวเองและคนอื่น ๆ ไปต่อได้ โชคดีตอนที่เราทำงานอยู่องค์กรเราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ได้ฝึกทำงานฝีมือหลายชนิด แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะทำเครื่องประดับจากลูกปัดกระดาษ เพราะเป็นงานแฮนด์เมดที่ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์อะไรมาก สามารถทำเองที่บ้านได้ และค่าใช้จ่ายไม่สูงค่ะ

all : ทำไมถึงตั้งชื่อว่า ‘Paperista’
เปรมวดี : Paper แปลว่ากระดาษ งานเราทำมาจากกระดาษก็เลยอยากใช้คำนี้ ลูกสาวลองถามเพื่อน ๆ ชาวอิตาลี ส่งผลงานไปให้ดู เขาแนะนำใช้คำว่า ‘Paperista’ ที่มีความหมายว่า ‘คนบ้ากระดาษ’ มันแปลกดีเราก็เลยนำมาใช้ (หัวเราะ)

all : นำเงินจากไหนมาใช้ในการลงทุน

เปรมวดี : ตอนที่องค์กรยกเลิกสัญญาจ้างเราได้รับเงินชดเชยมา 100,000 บาทค่ะ แต่เราก็ยังอยากได้เงินทุนเพิ่มอีกก็เลยไปประกวดเขียนแผนธุรกิจเพื่อสังคมในโครงการ social enterprise ของ สกส. (สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ) ปี 2555 เราเป็น 1 ใน 6 ที่ได้รับการคัดเลือก ทำให้ได้รับเงินสนับสนุนมาอีก 100,000 บาท รวมเป็น 200,000 บาทค่ะ (ยิ้มกว้าง)

all : ทราบมาว่าวัสดุที่นำมาใช้นั้นคือกระดาษนิตยสาร เครื่องประดับของคุณมีความคงทนมากน้อยแค่ไหน
เปรมวดี : ตัวลูกปัดเราทำมาจากกระดาษก็จริง แต่เราเคลือบแลคเกอร์กันน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 100 % นอกจากเครื่องประดับของเราจะคงทนแล้ว ยังไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนังด้วย

Paperista ลูกปัดกระดาษ ให้โอกาสชีวิต

all : Paperista มีกระบวนการทำงานอย่างไร
เปรมวดี : ช่วงแรกต้องเข้าไปสอนคนในชุมชนก่อน จากนั้นก็ให้สมาชิกเขาทำผลงานออกมา เมื่อพวกเขาทำเสร็จแล้วเราจึงนำไปวางขายตามบูธต่าง ๆ โดยที่เราให้พวกเขาเป็นคนตีราคาผลงานของตัวเอง สมมติว่าเจ้าของงานเขาคิดราคามา 50 บาท เราจะนำไปขายในราคา 100 บาท เพราะเราต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมถึงค่าแรงของเราเข้าไปด้วย

all : คุณใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคนที่จะเข้ามาทำเครื่องประดับ
เปรมวดี : ตอนนี้สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนสูงอายุนะคะ แต่ถ้าใครสนใจก็สามารถเข้ามาพูดคุยและทำงานร่วมกันได้ โดยมีข้อตกลงง่าย ๆ คือ ต้องไม่เล่นการพนัน ไม่นำเงินที่ได้ไปดื่มเหล้า และไม่ข้องเกี่ยวกับยาเสพติด รายได้จาก Paperista ต้องถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สนับสนุนให้ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ซึ่งเราตรวจสอบโดยการลงพื้นที่ ดูบัญชีรายรับรายจ่าย และสอบถามจากเพื่อนบ้านว่าสมาชิกมีพฤติกรรมเป็นอย่างไร ที่สำคัญคือเราไปสังเกตที่โรงเรียนด้วยว่าเด็กได้เรียนหนังสือจริงหรือเปล่า มีการเข้าไปพูดคุยกับทางโรงเรียนด้วย

all : วิธีการสอนเป็นอย่างไร คุณเป็นคนออกแบบและสอนเองหรือเปล่า
เปรมวดี : สอนเองค่ะ (ยิ้มภูมิใจ) ขั้นตอนนั้นไม่ยากนะ แต่ต้องอาศัยความอดทนกันสักหน่อย ก่อนอื่นเราต้องให้เขาเลือกกระดาษก่อน เพราะมันคือลวดลายของลูกปัด จากนั้นนำกระดาษไปตัดให้ได้ขนาดต่าง ๆ ตามที่เราต้องการ ต่อมาก็นำไปม้วนมือด้วยไม้เสียบลูกชิ้น ปิดท้ายด้วยการเคลือบน้ำยาและตากให้แห้งอีกประมาณ 4 รอบค่ะ พอกระดาษขึ้นรูปเป็นเม็ดลูกปัด เราจึงเอามาประดิษฐ์ประดอยออกมาในรูปแบบต่าง ๆ

all : คุณนำชิ้นงานที่ได้ไปวางขายที่ไหนบ้าง
เปรมวดี : ตอนนี้มีวางขายอยู่ที่หอศิลป์ กรุงเทพฯ (หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร) ตรงข้ามมาบุญครอง ชั้น 4 ห้อง 404 ชื่อร้าน save earth ค่ะ แล้วก็ที่แกลอลี่ชั้น 1 ของโรงแรมริเวอร์ ซิตี้

all : ผลตอบรับเป็นอย่างไร
เปรมวดี : ดีในระดับหนึ่งค่ะ แต่ไม่ถึงกับเฟื่องฟูถึงขนาดมีเงิน มีรถ มีบ้าน เรานำคำว่า ‘พอเพียง’ ของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ คืออยู่ได้เท่าที่มี ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมาก ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุนหรือโฆษณาให้โด่งดัง เราทำได้เท่าไหนเราก็ใช้เท่านั้น ควบคุมค่าใช้จ่ายได้เราก็อยู่อย่างมีความสุขได้เหมือนกัน

all : เงินที่ได้คุณนำไปทำอะไรบ้าง

เปรมวดี : เราแบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ 50 % แรกจะกลับไปที่กลุ่มสมาชิก อีก 25 % ถัดมาจะเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เราใช้ในการเดินทางและการออกบูธ และส่วนสุดท้ายอีก 25 % ก็จะเป็นรายได้ของเรา

all : ตลอดระยะเวลาที่ทำ Paperista มาคุณเจอปัญหาอะไรมาบ้าง
เปรมวดี : คนมักจะบอกว่า “สวยจังทำได้ยังไง” แต่ว่าไม่ซื้อ เพราะเขาคิดว่ามันเป็นแค่กระดาษ แต่ราคาตั้ง 100 บาท ไปซื้อพวกเครื่องประดับเงิน โลหะ หรือพลาสติกที่ปั๊มมาจากโรงงานยังดีเสียกว่า ราคาแค่ 20 กว่าบาท แถมสีสวยกว่าด้วย แต่เขาไม่ได้มองว่ากว่าจะออกมาเป็นชิ้นงานอย่างนี้ได้ต้องใช้ระยะเวลานาน ถ้าอากาศชื้น ฟ้าครึ้ม ฝนตก เราก็ไม่สามารถตากลูกปัดของเราให้แห้งได้ แต่ก็ยังโชคดีที่ยังมีคนที่เห็นคุณค่าในงานที่เราทำเสมอ แม้ไม่มากแต่ไม่ใช่ไม่มี

all : ก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง
เปรมวดี : เพราะประโยคที่บอกว่า “ครูคะ อย่างทิ้งพวกเรานะ” ทำให้เราหันกลับไปมองว่า ถ้าหยุดทำพวกเขาจะกินอะไร ด้วยความที่เราทำงานในชุมชนมานาน คลุกคลีกันจนเหมือนคนในครอบครัว อิ่มก็อิ่มด้วยกัน อดก็อดด้วยกัน เราจะยอมแพ้ไม่ได้ บวกกับกำลังใจจากเพื่อนฝูงด้วยค่ะ อยากบอกว่ากำลังใจเนี่ยสำคัญนะคะ คำพูดเพียงแค่ไม่มีคำสามารถเปลี่ยนเป็นพลังมหาศาล

all : ที่ผ่านมา Paperista สร้างรายได้ให้กับสมาชิกมากน้อยแค่ไหน

เปรมวดี : มันอาจจะได้ไม่มากนะ แต่ว่าพวกเขาก็อยู่ได้โดยที่ไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ ที่คิดดอกเบี้ยมหาโหด ร้อยละ 30 บาท ต่อ 15 วัน ที่ถ้าพวกเขาไม่มีเงินส่งอาจจะต้องไปทำงานผิดกฎหมายให้เจ้าหนี้เพื่อขัดดอก แน่นอนว่าชีวิตแบบทุกวันนี้ดีกว่ามากเลย เงินอาจไม่มากมาย แต่ความสุขมากมีค่ะ (ยิ้ม)

all : อยากฝากอะไรถึงคนไทยหรือผู้อ่านไหม
เปรมวดี : อยากฝากถึงคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีเงินมากพอที่จะนำไปลงทุน แล้วไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง ความจริงเงินก้อนใหญ่ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสักเท่าไหร่ ถ้าเราเดินตามแนวที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านทรงสอนเรื่อง ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ รู้ว่าตัวเองมีรายรับรายจ่ายเท่าไหร่ ทำยังไงให้ชีวิตพอดีกับที่มีอยู่ เริ่มจากการทำอะไรเล็ก ๆ ก็ได้ ขอแค่สิ่งที่เราจะทำเป็นอาชีพที่สุจริต ไม่เบียดเบียนใคร ทำด้วยความตั้งใจยังไงก็ไปรอด

    เปรมวดีพิสูจน์ให้เราเห็นแล้วว่าการให้โอกาสมีคุณค่ามากกว่าเงินตราใด ๆ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);