เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : เสนาะเสียงแตร in Hanoi
    Search
  
07
เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : เสนาะเสียงแตร in Hanoi
 
 

คอลัมน์ : เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า
เรื่องและภาพ : เปรียบตะวัน จันทรวาริณ
all magazine กุมภาพันธ์ 2560


เสนาะเสียงแตร in Hanoi
เสนาะเสียงแตร in Hanoi

เสนาะเสียงแตร in Hanoi

     ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า ‘ทะเลสาบคืนดาบ’ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจของชาวฮานอย โดยมีการสร้างเป็นสวนสาธารณะล้อมรอบ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงของฮานอย ในวันธรรมดา จันทร์- พฤหัสบดี คุณอาจจะได้ชมแค่วัด อนุสาวรีย์ หรือสวนสาธารณะ แต่ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันพิเศษ ที่นี่มีเสน่ห์ขึ้นอีกเยอะเลยครับ
    ช่วงนี้สายการบินหลายค่ายต่างทำโปรโมชั่นกันจนเห็นแล้วอดใจไม่ไหว เป็นอันต้องจองตั๋วเครื่องบินพ่วงด้วยโรงแรม เป็นแพ็ค เกจที่น่าสนใจมากครับ ผมบินกับแอร์เอเชียและจองโรงแรมผ่านเว็บไซต์ คือไปเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ไป 2 คน สนนราคาอยู่ที่คนละประมาณ 5,000 บาท ขาดเหลือนิดหน่อย แถมเป็นโรงแรม 4 ดาว อยู่ในย่านเมืองเก่า ไม่ไกลทะเลสาบคืนดาบ Hoan Kiem Lake สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตด้วยนะครับ
    เมื่อเครื่องบินแล่นแตะรันเวย์ของสนามบินนอยไบในช่วงสาย ก่อนอื่นแนะนำให้แลกเงินดองก่อนครับ นำเงินดอลลาร์สหรัฐที่แลกมาจากเมืองไทยไปแลกธนาคารในสนามบิน ไม่แนะนำให้นำเงินไทยมาแลกนะครับ เพราะถ้าเราแลกดอลลาร์มาจะคุ้มกว่า เงินไทยได้เรตน้อย วันที่ผมไปคือวันคริสต์มาส 25 ธันวาคม ที่ผ่านมา ค่าเงินตอนนั้น 1 เหรียญ เท่ากับประมาณ 22,000 ดอง คร่าว ๆ นะครับ จริงๆ ติดเศษนิดหน่อย แต่จะทำให้คิดยากเสียเปล่า ๆ ผมเลยคิดให้ง่าย ๆ ในทริปนี้ว่า 20,000 ดอง เท่ากับ 36 บาท
    หลังจากแลกเงินเสร็จก็หาประชาสัมพันธ์เพื่อขอแผนที่ครับ พนักงานเชียร์แท็กซี่กันน่าดู แต่ผมและแฟนก็ลากกระเป๋าตะลุยขึ้นรถบัสแทน เพราะได้ข่าวว่าแท็กซี่เวียดนามโหดไม่แพ้บ้านเราในเรื่องการฟันนักท่องเที่ยวหัวแบะ (หมายถึงเก็บเงินเกินจริงนะครับ) เรามาถึงเร็ว เลยมีเวลาเดินทางชิล ๆ ไม่ต้องรีบ นั่งรถคล้ายๆ ไมโครบัสบ้านเรา ราคาคนละ 40,000 ดอง ตีว่าคนละ 70 บาท ผมแจ้งคนขับโดยการวงในแผนที่ว่าจะไปย่านไหน เขาว่าผ่านแต่ต้องเดินอีกนิดหน่อย
    ผมพักโรงแรมชื่อว่า Eco Hanoi อยู่ที่ Cua Dong Street ในย่านเมืองเก่า หรือที่เรียกกันรวม ๆ ว่า Old Quarter ซึ่งเป็นแหล่งที่พัก แหล่งช้อปปิ้ง และอาหารหลากหลาย โซนที่ผมพักจะคล้าย ๆ สำเพ็งผสมกับเยาวราชประมาณนั้น เดินตัดซอยไปอีกนิดเหมือนวรจักรก็มี เอาเป็นว่าย่านนี้คนเยอะใช้ได้เลยครับ
    เมื่อถึงโรงแรม พนักงานต้อนรับขอเวลาเคลียร์ห้องให้ประมาณ 20 นาที ระหว่างนั้นก็มีการขายแพ็คเก็จทัวร์ ฮาลองเบย์ไปด้วย จริง ๆ ผมตั้งใจว่าจะซื้อกับบริษัททัวร์เพราะราคาถูกกว่า แต่เจ้าหล่อนขายเก่งมากครับแถมน่ารักตามสไตล์สาวหมวยสวยอึ๋ม เป็นอันต้องใจอ่อนควักเงินจ่ายให้เธอจนได้ รู้ทั้งรู้ว่าแพงกว่าแต่ก็แลกด้วยความสะดวกสบายในการติดต่อ (เป็นจริงตามคำร่ำลือว่าสาวเวียดนามน่ารักและอึ๋มมาก คือเดินเจอวัยรุ่นในเมืองแทบทุกคนเป็นแนวนี้หมดครับ ขาวหมวยสวยอึ๋ม)
    ยังไม่ทันได้พาเที่ยวไหนก็แทบจะหมดหน้ากระดาษเสียแล้ว เอ้า ! ไปฉลองคริสต์มาสกันเลยดีกว่า เมื่อเก็บข้าวของในห้องพักเสร็จสรรพ เราก็ไปขอแผนที่จากโรงแรมเพิ่ม เพราะดูง่าย ละเอียดกว่า แถมมีสีสันบอกทางชัดเจน ต่างกับแผนที่เอกสารแจกของสนามบินลิบลับ แค่เดินตัดซอยไปอีกถนนหนึ่งอารมณ์ก็เปลี่ยนแล้วครับ ถนนสวนกันสองเลนที่รถวิ่งกันเหมือนมั่ว แต่ก็ไม่เคยมีอุบัติเหตุให้ผมเห็นเลย เสียงแตรลั่นดังตั้งแต่เช้าจรดค่ำเป็นเอกลักษณ์ที่มิอาจหาเมืองไหนเทียบเคียงได้ ตึกสูงมีน้อยมาก หมายถึงแบบหลายสิบชั้นนะครับ บ้านคนที่นี่จะออกแนวอาคารพาณิชย์เก่า มีหลายทรงหลายสไตล์ แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ หน้าแคบแต่สูง ประมาณ 4 - 5 ชั้นขึ้นไป โรงแรมที่ผมพักมีอยู่ประมาณ 9 ชั้น
    ในแผนที่มีบอกทางไว้หมดว่าตรงไหนเป็นตลาดนัด ซอยไหนเป็นสตรีทฟู้ดขึ้นชื่อ สิ่งที่ผมชื่นชมในทัศนียภาพของเมืองฮานอยก็คือ ต้นไม้ริมถนนครับ ต้นไม้ใหญ่ ๆ เยอะมาก คล้ายกับทางสายเก่าเชียงใหม่ - ลำพูน เส้นสารภีเมื่อก่อน ที่มีต้นไม้ใหญ่ริมทาง ที่นี่เขาให้คุณค่ากับธรรมชาติมากกว่าเรา แต่สิ่งที่ขาดหายไปก็คือวินัยการจราจรนี่แหละครับ เหนื่อยใจมาก
    เดินผ่านซอยที่เหมือนถนนข้าวสารย่านบริษัททัวร์ทั้งหลาย ก็ผ่านร้านอาหารข้างทาง ซึ่งมีหลายร้าน ผมแวะร้านเฝอ มีอาหารแปลกที่เอาแผ่นแป้งแหนมเนืองที่ไม่แช่น้ำ คือแผ่นกรอบ ๆ แข็ง ๆ มายำกับปลากรอบ ปลาหมึก กุ้งแห้ง คล้ายก๋วยเตี๋ยวหลอดแต่ไม่มีน้ำนั่นแหละครับ เคี้ยวเพลินกรุบกรับเลยครับ อ้อ ! สำหรับคอเบียร์ ที่นี่เบียร์ถูกกว่าบ้านเราครับ ตกกระป๋องละ 20 - 40 บาท เรียกได้ว่าผมเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อย ดื่มแทนน้ำเปล่ากันเลยทีเดียวเชียว ร้านอาหารบ้านเขาขายเครื่องดื่มกันได้ทั้งวัน นึกอยากจะนั่งดื่มร้านไหนก็แวะได้เลย
    เนื่องจากวันที่ผมไปเป็นวันอาทิตย์ บริเวณริมทะเลสาบคืนดาบจะมีปิดถนนเป็นถนนคนเดิน ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ เป็นทะเลสาบน้ำจืดและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงใจกลางกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ผมออกมาเดินเล่นบริเวณตั้งแต่เย็นจนค่ำเลยครับ ที่เดียวก็คุ้มแล้ว เพราะมีสถานที่สำคัญรอบ ๆ มากมาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีคนรีวิวให้ดูกันเยอะแล้ว ผมขอข้ามไปบรรยายถึงบรรยากาศของถนนคนเดินที่มีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ แทนนะครับ เพราะมันแจ๋วเสียจนต้องบอกต่อ
    เริ่มจากพอเดินเข้ามถนนมาก็เจอวงดนตรีเปิดหมวกแบบเต็มแบนด์ เล่นเพลงของโอเอซิสเสียด้วย ยืนดูพักนึงแฟนก็อยากถ่ายรูปริมทะเลสาบ ระหว่างทางเจออีกวงหนึ่งเล่นเพลงแจ๊ส ฝีมือนี่สุดยอดครับ แจมกันมันส์หยด พอเดินมาถึงอีกฝั่งของทะเลสาบฟ้าก็เริ่มมืด ห้างสรรพสินค้าต่างประดับไฟอย่างสวยงาม ห้างเขาก็หรูไม่แพ้บ้านเราเลยนะครับ ริมทะเลสาบมีวงดนตรีเปิดหมวกอีกวง คราวนี้เป็นวงที่มีนักไวโอลินสาวสวยเป็นแกนนำ เอาเพลงดัง ๆ มาเล่นไลน์ร้องเป็นเสียงไวโอลินแทน เรียกได้ว่าคนเวียดนามฟังเพลงกันหลากหลายเหมือนกันครับ ฝีมือก็ไม่เบาเลยทีเดียว
    รอบทะเลสาบมีทั้งวัดทั้งอนุสาวรีย์ แต่สิ่งที่ทำให้ผมแวะชมกลับเป็นการละเล่นต่าง ๆ ของเขา มีวัยรุ่นมาเต้นกลางถนน มีเล่นหมากเก็บแต่ใช้ลูกเทนนิสโยนแล้วเก็บตะเกียบแทนหินจากนั้นก็รับลูกเทนนิสแล้วโยนสลับเก็บ ดูเขาอนุรักษ์การละเล่นเก่า ๆ ดีครับ มีกระโดดหนังยางแบบบ้านเราแต่ใช้เชือกยาว ๆ แทน แถมกระโดดกันเป็นหมู่คณะ ใครสะดุดเชือกก็เอาใหม่ เป็นถนนคนเดินที่เพลิดเพลินมาก ขากลับมาโรงแรมก็ผ่านย่านสตรีทฟู้ดขึ้นชื่อ ผมได้ลองหลายเมนูครับ แต่แอบกระซิบว่าสู้อาหารบ้านเราไม่ได้สักอย่าง คือมันจืด ๆ เค็ม ๆ ไม่คุ้นเท่าไหร่ พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนเป็นธรรมดา เอาเป็นว่าขอกลับไปงีบที่โรงแรม ตอนหน้าพาไปเที่ยวทะเลเวียดนามกันต่อครับ
 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);