เรื่องเด่นประจำเดือน : Dek-D, Pantip กลยุทธ์สู่อันดับหนึ่ง
    Search
  
13
เรื่องเด่นประจำเดือน : Dek-D, Pantip กลยุทธ์สู่อันดับหนึ่ง
 
 

เรื่องเด่นประจำเดือน : ชรีวจี 
ภาพ : อนุชา ศรีกรการ
All magazine มกราคม 2560


Dek-D, Pantip กลยุทธ์สู่อันดับหนึ่ง

Dek-D, Pantip กลยุทธ์สู่อันดับหนึ่ง

   เกินครึ่งของประชากรไทย กำลังใช้ชีวิตกับหน้าจอ ‘ผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ปี 2559 ในยุค 4G จากประชากร 68.1 ล้านคน พบว่ามีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตและโลกโซเชียลมากถึง 41 ล้านคน เฉลี่ยเวลาบนโลกออนไลน์สูงถึง 6.2 ชั่วโมงต่อวัน ’ จะรับมือยังไง ให้เป็นได้มากกว่าแค่ผู้ตาม และขึ้นเป็นผู้นำในยุทธภพออนไลน์
   ออลฯ ขอร่วมส่งความปรารถนาดีในปีใหม่นี้ ผ่าน 2 เว็บไซต์ใหญ่ สัญชาติไทยที่ไม่หายไปตามกาล แต่พัฒนาผ่านวันเวลากว่าสิบปี จนได้ที่... Dek-D.com อันดับหนึ่งขวัญใจวัยรุ่น และ Pantip.com เว็บยอดฮิตของคนไทยวัยเริ่มใช้เน็ตจนถึงวัยหลังเกษียณ ทำอย่างไร จึงมีวันนี้ วันที่มีสมาชิกปัจจุบันและจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์เฉลี่ยกว่าล้านคนต่อวัน

                                           .....................................................................................................

Dek-D.com
Dek-D.com
    ในวันที่อินเตอร์เน็ตพึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป และให้เช่าได้ชั่วโมงละ 200 บาท วิชาคอมพิวเตอร์พึ่งสอนใช้ internet explorer สังคมออนไลน์มีเพียงเว็บของผู้ใหญ่ที่เป็นวิชาการ กลับมีเด็กคนหนึ่งที่สนใจวิทยาการคอมพิวเตอร์นี้ คิดไอเดียขึ้นมาว่าอยากทำเว็บวัยรุ่น จนเติบโตมาเป็นเว็บไซต์ใหญ่ แจ้งเกิดให้นักเขียนไทยและนิยายหลายเล่ม อาทิ เดอะไวท์โรด (ดร.ป๊อป), หัวขโมยแห่งบารามอส (แรบบิท) และอีกมากมายที่ปัจจุบันยังติดอันดับหนังสือในดวงใจนักอ่าน
    วันนี้เราอยู่กับเจ้าของไอเดียนั้น วโรรส โรจนะ หรือ โน้ต ผู้ก่อตั้ง Dek-D.com ที่ปัจจุบันพ่วงด้วยตำแหน่ง ‘อุปนายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย’

เป็น... เด็กดี
      นักเรียน ม. ปลาย โรงเรียนสวนกุหลาบ 4 ชีวิต นามว่า โน้ต (วโรรส โรจนะ), ปอนด์ (ปกรณ์ สันติสุนทรกุล), เต้ (สรวงศ์ ดาราราช) และ แชร์ (สุปิติ บูรณวัฒนาโชค) คือ 4 ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ จากการเขียนใส่กระดาษแบบไม่มีหลักการในปี 2542 สู่เรื่องราวที่ไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่เป็นการปรับตัว พัฒนา ใส่ใจต่อทุกผลงานที่ส่งสู่สายตานักท่องเน็ต ไม่เพียงแค่กลุ่มวัยรุ่น แต่รับผิดชอบต่อทุกคน ต่อทุกเนื้อหาอย่างดีที่สุด “ผมใช้เวลาต้นคาบวิชาฟิสิกส์รวบรวมรายชื่อคนที่อยากทำโปรเจ็คต์นี้ร่วมกัน และได้เพื่อนที่สนใจมาอีก 3 คน ก็เริ่มตั้งหัวข้อ เลือกกลุ่มเป้าหมาย และหาคนที่อยากมาลงโฆษณา”
      จากตอนแรกที่ทุกคนยังไม่มีความรู้อะไรเลย สู่การแบ่งงาน เขียนโปรแกรม ดีไซน์ ทำคอนเทนต์เนื้อหา “วิธีการของเราเริ่มตั้งแต่ไปห้องสมุด ยืมหนังสือมาอ่านเลยครับ ช่วงปิดเทอมก็มาเขียนด้วยกันไปเรื่อย ๆ ตั้งใจจะเปิดช่วงปิดเทอม แต่ก็ไม่เสร็จ สุดท้ายได้เปิดวันที่ 31 ธันวาคม ปี 1999 จำได้แม่น เพราะเป็นช่วงที่คนกลัวว่าข้ามจาก 99 เป็น 00 แล้วคอมจะเจ๊ง” แต่หนุ่ม ๆ ใจร้อน ไม่อยากรอ เพราะซุ่มทำมานานแล้ว เรียกว่า เสร็จตอนนั้นก็เปิดตอนนั้นเลย
    หลังจากนั้น พวกเขาทำเป็นงานนอกเวลา จนเรียนจบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดออฟฟิศ มีทีมงาน เริ่มขยายมาจนปัจจุบัน และใช้ชื่อ เด็กดี เพื่อความชัดเจน ว่าเป็นคอมมูนิตี้สำหรับเด็กวัยรุ่น นำเสนอเรื่องที่ดี ๆ มีประโยชน์ “เด็กดีเป็นคำที่่ดี ติดตา ติดหู จำง่าย และสื่อสารว่าเป็นเว็บฯ ของคนไทยแน่นอนด้วยครับ”

Dek-D.com

มีเป้าหมาย

      เป้าหมายที่ชัดเจนคือกุญแจสำคัญในการสร้างคอมมูนิตี้โลกออนไลน์ “เราต้องการสร้างเว็บไซต์ที่เป็นทุกด้านของเด็กมัธยม มีทีมงานอัพเดตข้อมูลตลอดเวลาทั้งเนื้อหาและรูปแบบ “กลุ่มผู้ใช้งานหลักของเราจึงเริ่มจากมัธยมต้น จนจบ ม. 6 คล้ายการจบการศึกษา เขาจะกลับมาเป็นครั้งคราวเพื่อให้คำแนะนำกับรุ่นน้อง แต่เนื้อหาหลักที่มีจะไม่ได้ซัพพอร์ตเขาแล้ว”
      เว็บฯ หลักของเด็กดีแบ่งเป็น 4 ส่วน คือ เว็บบอร์ด “เป็นส่วนที่อยู่มานานที่สุด มีมาตั้งแต่เริ่มแรก ให้นักเรียนเข้าพูดคุย ถามปัญหากัน” นิยาย “ให้น้อง ๆ เข้ามาแต่งนิยาย แปลนิยายที่ถูกลิขสิทธิ์ หรือมาแบ่งปันประสบการณ์ เช่น สอนภาษา หรือแชร์ถึงงานเขียนที่ตนชื่นชอบ” เนื้อหาโดยทีมงาน “จะมีเรื่องการศึกษา การเรียนต่อทั้งในละต่างประเทศ จนถึงแฟชั่น บันเทิง ที่เหมาะสมกับวัยเขา” และน้องใหม่ที่พึ่งเปิดไม่กี่ปี เกม เดอะควิซ (THE QUIZ) ที่เราอาจเคยได้ยินก็เช่น นิสัยแบบคุณจะได้อยู่บ้านใดในแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นต้น “เป็นการสร้างเกมที่ทีมงานวางระบบให้น้องมาตั้งคำถาม - คำตอบเอง และให้คนอื่นเข้าร่วมมาเล่นได้”
    ทั้งหมดนี้ทีมงานเด็กดีจะมีหน้าที่ควบคุมคอมมูนิตี้ ตรวจสอบ ระงับข้อความที่หยาบคายหรือไม่เหมาะสมด้วย “น้องบางคนที่ยังเด็กก็รู้ไม่เท่าทันพิษของโลกอินเตอร์เน็ต เราจึงต้องคำนึงถึงทุกเรื่อง ตั้งแต่กฎหมาย ความถูกต้อง จนถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งาน เราตั้งใจจะดูแลให้ดีที่สุด บางทีผู้ใช้งานอาจไม่เข้าใจ บางเรื่อง เราลบแล้ว แต่เขาไม่เห็น เราก็ต้องแจ้งเขาทันทีที่ลบ” นี่คือหลักที่โน้ตใช้ดูแลชุมชนแห่งนี้ 1. มีหลักการที่ชัดเจน ทำสิ่งที่ถูกต้อง 2. ต้องทำได้ต่อเนื่องจริง มาตรฐานเดียวกัน และรวดเร็ว 3. ต้องสื่อสารให้คนผู้ใช้งานเข้าใจ

ตั้งใจจริง
เด็กดีเป็นที่จดจำมายาวนานถึงวันนี้ เพราะมี 3 สิ่งที่โน้ตอยากบอกเรา คือ
    1. แบรนดิ้ง และการมองระยะยาว “เรายึดมั่นกับจุดยืนของเราว่าเป็นเว็บสำหรับวัยรุ่นเท่านั้น อะไรที่ไม่เหมาะกับวัยรุ่น เราจะไม่ทำเลยครับ ข้อดีก็คือ พอทำอะไรซ้ำ ๆ คนก็จะจดจำได้ และให้ความเชื่อถือ ไว้วางใจ ผู้ปกครองครูเองก็ยินดีที่จะให้ลูกหลาน นักเรียน นักศึกษาเข้าเว็บของเราได้”
    2. การปรับตัว “การทำธุรกิจ ต่อให้ไม่ใช่ดิจิตอลหรือออนไลน์ แต่ว่าระยะยาว 5 ปี 10 ปี พฤติกรรมการใช้งานหรือตลาดจะเปลี่ยนไปอยู่แล้ว เด็กดีเอง จะมีการมาพูดคุยว่าเทรนด์ในแต่ละปี หรือในอีก 2 - 3 ปีข้างหน้า เราจะโฟกัสไปที่โปรดักส์ตัวไหน อย่างเด็กดี เราเริ่มจากรวมลิงค์เว็บบอร์ดโรงเรียน (หัวเราะขำ) หาเพื่อนจาก msn แต่ตอนนี้เป็นยุค โซเชียลเน็ตเวิร์ค ทุกอย่างมีไซเคิลของมัน เราต้องพยามเกาะกระแส ดูความพัฒนา ความเปลี่ยนไปของเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภค”
    3. ทีมงาน “ธุรกิจบริการ หรือธุรกิจคอมมูนิตี้ จะทำให้ผู้ใช้งานมีความสุขได้ ต้องเริ่มจากทีมงานมีความสุขก่อน ถูกไหมครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเริ่มจากสภาพแวดล้อมที่ทำงาน รูปแบบการทำงาน ที่จะต้องพยายามดูแลให้ทุกคนมีความสุขกับการทำงาน แล้วก็โชคดีอีกอย่าง เพราะเนื้อหากับสิ่งที่เราทำ มันค่อนข้างดีกับสังคม คนที่ทำงานเองก็จะค่อนข้างมีความสุขและภูมิใจกับงานที่ทำ”
ไม่เพียงเท่านั้น เด็กดียังมีกิจกรรมร่วมกันระหว่างพนักงานให้ทุกคนรู้จักกัน ทานข้าวด้วยกันเสมอ เพื่อว่าเมื่อออกไปจัดงานร่วมกับบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการทัวร์โรงเรียนหรือแนะแนวการศึกษา พวกเขาจะได้เป็นทีมเดียวกันที่แข็งแกร่ง “คือให้ทีมงานมีความสุขก่อน แล้วไปส่งความสุขต่อครับ”
    “เราดูแลเนื้อหาในเว็บไซต์อย่างสุดความสามารถ ตั้งใจจะให้เป็นข้อมูลที่เหมาะสมกับวัยรุ่น เรารับผิดชอบต่อสิ่งที่นำเสนอ” ไม่ว่าคุณจะวัยไหน อยากให้ลองพิจารณา เพราะทีมงานเด็กดีนั้น ตั้งใจทำให้ด้วยหัวใจ

                                                  .....................................................................................................

 Pantip.comPantip.com
    วันที่ 7 ตุลา 2539 คือวันที่ Pantip.com จดทะเบียนโดเมนเนมชื่อพันทิป โดยช่วงเริ่ม ไม่ได้เป็นเว็บบอร์ดแบบทุกวันนี้ แต่เป็นเหมือนแม็กกาซีนออนไลน์ผสมช็อปปิ้งมอลล์ “เราเริ่มจากการทำข่าวและบทความด้านไอที ทั้งในไทยและที่แปลมาจากต่างประเทศ และเป็นมีพื้นที่ให้คนมาลงประกาศซื้อขายสินค้าไอที เช่น ประกาศขายคอมพิวเตอร์มือสอง เรียกว่าเป็น e - commerce ยุคบุกเบิกเลยครับ” แล้วต่อจากนั้น พวกเขาก้าวข้าม เปลี่ยนผ่านมากี่ยุค จึงสามารถขึ้นเป็นเว็บบอร์ดที่มีผู้เข้าใช้งานกว่า 4 ล้านคนต่อวัน
    บอย - อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีของ Pantip.com พ่วงด้วยตำแหน่ง ‘นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย’ ให้เกียรติมาเล่าเรื่องราวของพันทิปให้เราฟังด้วยตัวเอง

ขั้นทดลอง
    ยุคนั้นผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไทยยังน้อยมาก ทั้งประเทศอาจไม่ถึงหลักแสน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนักศึกษา ซึ่งอ่านแม็กกาซีนออนไลน์บ้าง แต่การซื้อขายออนไลน์ยุคนั้นยังไม่น่าเชื่อถือ พันทิปจึงปรับตัวเองให้เป็นเว็บบอร์ด เริ่มจาก Technical Chat แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นด้านไอที คอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เกม ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ ‘ฮิต’ ขึ้นมาทันที “ด้วยความที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา เมื่อมีปัญหา เขาไม่รู้จะถามที่ไหน เลยไปถามในพันทิป คนที่มีความรู้ก็จะเข้ามาช่วยแชร์คำตอบครับ จากเดิมที่เราตั้งชื่อให้พ้องกับ ‘พันธุ์ทิพย์พลาซ่า’ แหล่งรวมสินค้าไอทีชื่อดังในยุคนั้น ก็กลายมาเป็นที่ ๆ คนแบ่งปัน ทิป และเทคนิคต่าง ๆ เป็นพัน ๆ ทิป”
    จากนั้นพันทิปมีการเปิดห้องเพิ่ม เพราะสมาชิกเรียกร้องว่าอยากคุยเรื่องอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เรื่องคอมพิวเตอร์บ้าง เกิดเป็นสภากาแฟ ในยุคแรก มี 8 ห้อง คือ “BluePlanet คุยเรื่องท่องเที่ยว, เฉลิมไทย เรื่องบันเทิง, รัชดา เรื่องรถยนต์, สยามสแควร์ เรื่องวัยรุ่น การเรียน ความรัก, ศุภชลาศัย เรื่องกีฬา, ราชดำเนิน เรื่องการเมือง โทรโข่ง แบ่งปันประสบการณ์ เตือนภัย แจ้งเรื่องราว และ ไร้สังกัด คุยเรื่องอื่นนอกเหนือจากหมวดที่มี พอเปิด 8 ห้องปุ๊บ คนก็ยิ่งเข้ามาเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เป็นจุดที่ตั้งต้นที่แท้จริงของพันทิป”

เป็น... พันทิป
    ความน่ารักของชุมชนพันทิป คือ ความรู้สึกว่าเขาทำแล้วได้แบ่งปันกับคนอื่น ได้รับการยอมรับจากคนอื่น บอยเล่าถึง ความเป็นพันทิป ที่แท้จริงผ่านกระทู้แห่งปี 2556 ชื่อ ‘กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา เคล็ดลับ ที่ถูกเปิดโปง’ ที่เจ้าของกระทู้เป็นผู้บริหารรุ่นใหญ่ ใส่สูทขึ้นมารับโล่รางวัล ได้ทำให้เขาประหลาดใจ “เป็นการแชร์ทิปในการทำอาหาร ที่โด่งดังและมีความเป็นพันทิปสูงมาก คือใช้ได้จริง ทำง่าย เชื่อถือได้ มีประโยชน์มาก แล้วประเด็นคือ 5 ปี 10 ปี กระทู้นี้คนก็ยังเสิร์ชหา มันเป็นทิปที่ใช้ได้ตลอดกาล ผ่านไปนานแค่ไหน คนก็ยังทำตาม ตอบทุกโจทย์ว่าทำไมพันทิปเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป” ด้านล่างคือสิ่งที่บ่งบอกว่าพันทิปเหนือกว่าเว็บบอร์ดอื่นด้วยสิ่งเหล่านี้ คือ
    1. ให้โดยไม่หวังผล “ผมว่าเสน่ห์หลักของพันทิปคือเป็นที่ที่คนมาแชร์สิ่งที่รู้กัน โดยไม่คาดหวังผลตอบแทน หลายคนได้รับแรงบันดาลใจจากห้องต่าง ๆ จากการอ่านกระทู้ แล้วไปลงแรงลองทำเองบ้าง พอสำเร็จ เขาก็อยากกลับมาตอบแทน คืนให้สังคมพันทิป อยากมาตั้งกระทู้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ บ้าง”
    2. ตั้งใจเล่นจริง ๆ “พันทิปถ้าเทียบกับเว็บบอร์ดอื่น ๆ ถือว่าใช้งานยาก แต่ความยากนี้ทำให้ใครที่จะเล่นพันทิปมีความตั้งใจจริง การสมัครสมาชิกพันทิปแบบครบเครื่อง ต้องยืนยันบัตรประชาชนจริง เพื่อระบุตัวตน ซึ่งพอมันไม่ง่าย การเข้ามาเล่น เขาจึงรับผิดชอบต่อสิ่งที่โพสต์”
    3. จิตอาสาหน่อย ๆ “หลายคนที่เข้ามาเล่น เก่งมากในวงการของตัวเอง แล้วเขาเข้ามาตอบโดยที่ไม่ได้อะไร คือรู้ว่าตัวเองมีความรู้ แล้วอยากแชร์ ผมว่ามันเป็นที่สิ่งที่สร้างยากมาก เป็นจิตอาสา เราไม่จ่ายเงินให้ใครมาใช้งานพันทิปครับ นี่คือหัวใจหลักของเรา เพราะถ้าเราจ่ายเงิน กลไกเรื่องความเป็นจิตอาสาจะเสียทันที ความรู้สึกอยากร่วมแบ่งปันจะเสียทันที”
    4. พื้นที่ของคนรู้จริง “สมาชิกหลายท่านมาโพสต์ลงไปในพันทิปแล้วได้รับการตอบรับที่ดี ก็เหมือนเป็นการบอกว่า ‘ฉันรู้จริงนะ’ ทำให้เขารู้สึกว่าถ้าตอบลงพันทิปแล้วมีคนมาชื่นชม เป็นความภาคภูมิใจ”

Pantip.com

ไม่หยุดพัฒนา
    พันทิปมาถึงวันนี้ได้ เป็นการเดินทางที่ยาวนาน ทั้งกระทู้ร้องเรียน กระทู้ละเมิดใด ๆ ที่เกิดขึ้น สื่อกลางแห่งนี้เพียงต้องการเป็นพื้นที่ที่พยายามช่วยเหลือทุกฝ่าย “ทีมงานผ่านความผิดพลาด ผ่านประสบการณ์มากมาย แต่เราได้เรียนรู้ ได้แก้ไข ได้ลองผิดลองถูก เหล่านี้ทำให้เราได้เติบโตมากขึ้นกว่าเดิม ได้พัฒนา ทุกสิ่งจะดีขึ้นได้มันต้องลองผิดลองถูก แค่อย่าท้อ”
    สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เซไปบ้าง แต่พวกเขายังมีเป้าหมายในอนาคตที่ยิ่งใหญ่อยู่ พวกเขากำลังจะสร้าง ‘expert account’ ล็อกอินของผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่าง ๆ ที่ว่าเมื่อเขาตอบกระทู้ ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้ทันที “จากเดิมที่ใครมาตอบเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่คราวนี้เรารู้แล้วว่าคนนี้เป็นใคร เราจะสร้างคำตอบที่เชื่อถือได้ให้ผู้ใช้งาน” และ ‘การตั้งคำถาม ที่นำมาซึ่งคำตอบดี ๆ’ เป็นการเชิญบุคคลผู้มีความรู้ด้านใดด้านหนึ่ง เช่น เชิญปราชญ์ชาวบ้าน เชี่ยวชาญเรื่องการปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์ มาให้ความรู้ ใครอยากทราบเรื่องหัวข้อนี้ เชิญถาม “เรามองว่าทุกคนเป็นเหมือนห้องสมุดเดินได้ครับ คนหนึ่งคนเป็นหนังสือ 1 เล่ม เราจะทำให้สิ่งที่เขารู้ เขาเชี่ยวชาญออกมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะให้คนอื่นได้รับรู้ ได้เรียนรู้ไปด้วย”
    “ในอนาคตพันทิปจะกลายเป็นคลังความรู้ คลังปัญญาของคนไทย กลายเป็นแหล่งที่มีความรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วคนไทยใช้ประโยชน์จากแหล่งนี้ได้” วันนี้ พันทิปอยากเชิญชวนผู้อ่านทุกท่าน มา ‘ลอง’ สมัครเป็นสมาชิกพันทิป ลองตั้ง - ลองตอบกระทู้ แชร์สิ่งที่รู้ หลายคำถามคำตอบอาจรอผู้รู้อย่างคุณอยู่ ไม่แน่คุณอาจหลงเสน่ห์พันทิป เหมือนใครหลายคนก็เป็นได้

    ดูเหมือน ออลฯ มกราคมนี้ เราใกล้ชิด ‘สมาคมผู้ดูแลเว็บไทย’ จริง ๆ แต่ไม่ว่าเทรนด์เว็บไทยปีใหม่นี้จะผันไปทางใด... “พลังใจดี ๆ โปรดมีแด่ชาวออลฯ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);