บุคคล (ไม่) ธรรมดา : ไอรีล ไตรสารศรี โชคดีที่เป็นมะเร็ง
    Search
  
01
บุคคล (ไม่) ธรรมดา : ไอรีล ไตรสารศรี โชคดีที่เป็นมะเร็ง
 
 

คอลัมน์ : บุคคล (ไม่) ธรรมดา
เรื่อง : ปารมี ปิยะศิริศิลป์  ภาพ : อนุชา ศรีกรการ
All magazine ธันวาคม 2559


ไอรีล ไตรสารศรี โชคดีที่เป็นมะเร็ง

ไอรีล ไตรสารศรี
โชคดีที่เป็นมะเร็ง

    ‘ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ’ แทบทุกคนเชื่อในประโยคนี้ ไม่ว่าอาการเจ็บป่วยนั้นจะหนักหรือเบา ก็ไม่มีใครปรารถนาอยากเป็น ‘บุคคล (ไม่) ธรรมดา’ ฉบับนี้ ขอแนะนำให้คุณได้รู้จักกับ‘ออย - ไอรีล ไตรสารศรี’ผู้หญิงที่บอกกับทุกคนเสมอว่า “โชคดีที่เป็นมะเร็ง” ปัจจุบัน เธอคือผู้ก่อตั้ง ART.for.CANCER โครงการที่ส่งต่อความช่วยเหลือให้ผู้ป่วยมะเร็งยากไร้ด้วยงานศิลปะนานาชนิด

all : รู้ว่าตัวเองชอบศิลปะตั้งแต่เมื่อไหร่
ไอรีล : ชอบตั้งแต่เด็กเลยค่ะ การวาดรูปเป็นเหมือนสิ่งที่ติดตัวเรามา ชอบวาดการ์ตูนร่วมสมัย ลายเส้นง่าย ๆ ในแบบของตัวเอง คุณครูที่สอนเขาก็เห็นว่าออยมีความสามารถทางด้านนี้ เขาก็จะบอกให้คุณแม่สนับสนุน ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบมาตลอดจนกระทั่งจบปริญญาตรีจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และปริญญาโท Design Management จาก Northhumbria University, Newcastle ประเทศอังกฤษค่ะ

all : ทราบมาว่าหมอตรวจพบว่าคุณเป็นมะเร็งก่อนไปเรียนต่อปริญญาโทไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์
ไอรีล : ใช่ค่ะ หมอบอกว่าออยเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 2 ตอนนั้นตกใจมาก ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เพราะออยรู้สึกว่ามะเร็งมันไกลตัวมาก แผนการทุกอย่างที่วางไว้พังหมดเลย กลับมาบ้านด้วยความสับสน ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน ?” แต่สุดท้ายพอมานั่งไตร่ตรองดี ๆ ก็พบว่าคำตอบที่เราพยายามค้นหาไม่ได้ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือทำให้อะไรดีขึ้น ออยเลยตั้งสติคิดว่า ‘ถ้ามะเร็งทำให้เวลาเราเหลือน้อย เราก็ควรใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มันดีที่สุดดีกว่า’ (ยิ้มกว้าง)

all : อยากให้ช่วยอธิบายหน่อยว่าโรคมะเร็งมีขั้นตอนการรักษายังไง

ไอรีล : ขั้นตอนการรักษาเนี่ยขึ้นอยู่กับแต่ละคน ออยไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นยังไง มันเหมือนกับสิวค่ะ สิวมาก สิวน้อย สิวหัวช้าง สิวผด (หัวเราะ) มะเร็งมีหลายชนิดมี 4 ระยะ และวิธีการรักษาหลากหลาย เช่น การผ่าตัด การให้เคมีบำบัด การฝังแร่ แต่ละบุคคลจะได้รับการรักษาที่ไม่เหมือนกัน อย่างมะเร็งเต้านมที่ออยเป็น บางคนผ่าอย่างเดียวไม่ต้องให้คีโมก็มี บางคนให้คีโมไม่ต้องฉายแสงก็มี แต่ของออยโดนหมด ทั้งผ่าตัด ให้เคมีบำบัดและฉายแสง แถมต้องกินยาด้วย ซึ่งตอนนี้ออยก็หายจากโรค
มะเร็งแล้วค่ะ
ไอรีล ไตรสารศรี
all : ตอนนี้คุณทำงานอะไร เกี่ยวกับศิลปะด้วยหรือเปล่า
ไอรีล : ออยเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจเครื่องสำอางของครอบครัวค่ะ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 3 แล้ว แต่ก็ทำโครงการ ART.for.CANCER ควบคู่กันไป

all : สิ่งที่ทำให้คุณอยากช่วยเหลือผู้อื่นคืออะไร

ไอรีล : ต้องบอกว่าชีวิตออยเปลี่ยนตั้งแต่เป็นมะเร็ง จากที่เคยหาหมอแต่โรงพยาบาลเอกชน สบาย ๆ ก็เริ่มมีความกังวลเรื่องของภาระค่าใช้จ่าย ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านจะไม่ได้ลำบาก แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะเป็นภาระ ถ้าเกิดการรักษามันยืดเยื้อไม่จบสักที เลยตัดสินใจว่าจะรักษาที่โรงพยาบาลของรัฐ แต่เตียงที่ศิริราชไม่ว่าง เลยต้องไปผ่าที่โรงพยาบาลเอกชน แล้วไปทำเคมีบำบัดที่โรงพยาบาลของรัฐแทน เราเลยได้ไปเห็นคนส่วนใหญ่จริง ๆ ของประเทศ ที่เขาเข้าไม่ถึงการรักษา แค่ป่วยก็แย่แล้ว ดันไม่มีทางเลือกในการรักษาอีก ออยอยากทำอะไรเพื่อคนเหล่านี้ เพราะเราเข้าใจความรู้สึกของเขา นานวันเข้าเริ่มทนไม่ไหว “เฮ้ย ! เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว” เพราะยิ่งป่วย ออยก็ยิ่งเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่มากขึ้น อยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ให้มันคุ้มหน่อย ตอนนั้นแค่คิดว่าถ้าจะตายก็ไม่อยากตายไปเฉย ๆ ขอตายไปโดยที่ได้ทำอะไรเพื่อคนอื่น

all : หลังจากมีใจอยากช่วยเหลือแล้ว คุณทำยังไงต่อ

ไอรีล : ตอนนั้นตั้งใจว่าจะหาเงินมาช่วยผู้ป่วยมะเร็งที่เขาด้อยโอกาสค่ะ แต่ถ้าควักเงินในกระเป๋าตัวเองออก เต็มที่ก็ให้ได้แค่เดือนละ 500 - 1,000 บาทเท่านั้นเอง ออยอยากชวนคนอื่นให้มาช่วยกันเยอะ ๆ อยากทำให้โครงการต่อยอดได้ เลยนำเรื่องของศิลปะเข้ามาช่วย ใช้ศักยภาพที่เรามีอยู่มาเป็นช่องทางในการระดมเงินทุน เปิดแฟนเพจในเฟซบุ๊กในช่วงที่ยังรักษาตัวอยู่ โดยใช้ชื่อว่า ART.for.CANCER เริ่มจากการเปิดรับบริจาคงานศิลปะของเพื่อน ๆ ในมหาวิทยาลัยศิลปากร แล้วนำมาขายในแฟนเพจ ซึ่งเราใช้เวลาพอสมควรเหมือนกันกว่าจะเจอกลุ่มคนที่เขาอยากสนับสนุนจริง ๆ

             ไอรีล ไตรสารศรี

all : ART.FOR.CANCER เปิดรับงานศิลปะประเภทไหนบ้าง
ไอรีล : งานศิลปะทุกประเภทเลยค่ะ เราไม่จำกัดว่าต้องเป็นภาพวาดบนเฟรมเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นงานประติมากรรม งานแฮนด์เมด หรือรูปถ่าย ขนาดเด็กคนหนึ่งเขาวาดรูปลายเส้นปากกาใส่กระดาษ A4 มา บริจาค 100 บาทเรายังรับเลย (หัวเราะ) ความจริงแล้วโครงการของเราไม่ได้เน้นแค่เรื่องเงิน แต่สิ่งที่เราทำมันทำให้เกิดผลบางอย่างกับสังคม เปิดโอกาสให้คนมีช่องทางในการช่วยเหลือคนอื่นมากขึ้น ได้ปลูกฝังและเป็นแบบอย่างให้คนที่อยากทำอะไรเพื่อสังคม ส่งต่อแรงบันดาลใจ เราอาจเริ่มต้นด้วยการอยากหาเงินไปช่วยผู้ป่วย แต่ตอนนี้ART.for.CANCER ART.for.CANCER เป็นอะไรมากกว่านั้น ศิลปะสามารถบำบัดใจได้

all : การร่วมบริจาคและสนับสนุนโครงการมีขั้นตอนอย่างไร และเงินที่ได้รับจะถูกนำไปให้ผู้ป่วยกลุ่มไหนบ้าง

ไอรีล : ขั้นตอนง่ายมากเลยค่ะ เนื่องจากตอนเริ่มทำโครงการออยมีข้อจำกัดหลายอย่าง ยังรักษาตัวอยู่และไม่มีทีมงาน คนที่สนใจสามารถบริจาคผลงานศิลปะเข้ามาได้โดยการถ่ายรูปผลงานตัวเอง บอกรายละเอียดพร้อมราคา จากนั้นออยจะนำไปโพสต์ในแฟนเพจให้ คนที่เขาสนใจอยากช่วยเหลือสนับสนุนก็จะติดต่อผ่านโพสต์นั้น ๆ บนแฟนเพจเฟซบุ๊ก ART.for.CANCER แล้วจึงโอนเงินเข้ามาในบัญชีของโครงการค่ะ ทุก ๆ ปีหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ออยจะนำเงินไปเข้ากองทุนที่ตั้งไว้ ทั้งโรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งทุกประเภทที่ไม่มีเงินในการรักษา ซึ่งการนำไปใช้จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณหมอที่ดูแลกองทุนค่ะ

ไอรีล ไตรสารศรีall : เมื่อมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แน่นอนว่าต้องมีคนตั้งข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส
ไอรีล : ก่อนที่จะมาทำแบบนี้ออยคิดอยู่แล้วว่าจะทำยังไงให้คนรู้สึกว่าเราบริสุทธิ์ใจ เอาใจเขามาใส่ใจเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพื่อให้คนที่ทำบุญกับเราสบายใจที่สุด อย่างแรกเลยคือโครงการมีบัญชีเดียว สามารถตรวจสอบได้ง่าย ถ้าใครมีข้อสงสัย เราสามารถอธิบายได้ภายในบัญชีเดียว เงินเข้าเงินออกไปไหนเราจะมีวิธีการแจกแจงที่ชัดเจน ถ้าเป็นเงินก้อนใหญ่จะมีการถอนครั้งเดียวตอนเอาเงินไปบริจาค อาจมีการถอนเงินไปทำเสื้อการกุศลบ้าง แต่เราจะมีใบเสร็จและหลักฐานต่าง ๆ ยืนยันเสมอ ไม่ถอนเงินพร่ำเพรื่อ อถอนแล้วถอนอีก ทุกคนสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ในเฟซบุ๊กค่ะ

all : มีความเป็นไปได้ไหมที่ ART.for.CANCER จะสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ไอรีล : มีค่ะ (แววตาจริงจัง) ออยมีความคิดว่าอยากทำกิจการเพื่อสังคมที่อาจใช้ชื่อว่า ‘Art for Others’ ขึ้นมาเพื่อรองรับ ART.for.CANCER พร้อมทั้งเปิดเป็นช่องทางให้คนอื่น ๆ ที่สนใจเข้าได้มาทำงานร่วมกัน อาจเป็นโครงการเพื่อเด็กด้อยโอกาส คนชรา หรือสุนัขและแมว โดยเราจะนำศิลปะและความคิดสร้างสรรค์เข้ามาช่วยในการหาเงิน สามารถเลี้ยงตัวเองได้ พร้อมทั้งช่วยเหลือคนอื่นด้วย ถ้าเกิดวันหนึ่งออยตายไปคนอื่นก็สามารถมาสานต่อธุรกิจและโครงการได้ (แววตาเป็นประกาย)

all : ในฐานะที่คุณเคยต่อสู้กับโรคมะเร็งมาก่อน หลายคนอยากรู้ว่าคุณก้าวผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ยังไง

ไอรีล : ออยมียาอย่างหนึ่งที่ต้องกินก่อนรับการรักษา ทั้งการผ่าตัดให้คีโม และฉายแสง ยาตัวนั้นคือ ‘สติชีวนะ’ การที่เรามีสติในการคิดทบทวน และรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้านั้นเป็นการตั้งต้นที่ดี เหมือนเวลาหกล้ม เราต้องตั้งสติแล้วลุกขึ้นมาก่อน จากนั้นจึงคิดว่าต้องทำยังไงต่อไป ถ้ามัวแต่นั่งร้องไห้ “โอ๊ย ! เจ็บจังเลย ทำยังไงดี ลุกไม่ได้” แล้วก็นั่งร้องไห้ดูแผลตัวเองอยู่อย่างนั้น มันก็ไม่เกิดประโยชน์ จะปล่อยให้ตัวเองนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ทำอะไรเลยหรอ เราควรลุกขึ้นไปหาหมอมากกว่าไหม ความจริงเราเลือกทางออกของชีวิตได้นะ

all : ตอนนี้คุณได้คำตอบหรือยังว่า “ทำไมต้องเป็นฉัน ?”

ไอรีล : ได้แล้วค่ะ ออยรู้สึกว่ามันมีเหตุและปัจจัยที่ทำให้เราต้องเป็นเราทุกวันนี้ พอคิดย้อนไปมันดีหมดเลย ดีแล้วที่ตอนอายุ 27 ปี ถ้าเป็นตอนแก่กว่านี้ ร่างกายอาจจะไม่ไหว การฟื้นตัวก็ช้า ดีแล้วที่เป็นออย ไม่ใช่คนอื่นในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ พี่สาวที่มีลูกน้อย หรือพี่ชายที่มีครอบครัว ออยเป็นคนที่ไม่มีภาระ และแข็งแรงที่สุดในบ้าน (หัวเราะ) สุดท้ายก็ได้คำตอบว่าเป็นเรานี่แหละดีแล้ว (ยิ้ม)

             ไอรีล ไตรสารศรี

all : ถ้าให้เปรียบเทียบโรคมะเร็งกับอะไรก็ได้หนึ่งอย่าง คุณจะเปรียบกับอะไร

ไอรีล : ออยรู้สึกว่ามะเร็งคือความโชคดีและโอกาสดี ๆ ในชีวิตของออยค่ะ เพราะว่ามันเปลี่ยนแปลงชีวิตออยไปในทางที่ดี เป็นเครื่องเตือนสติให้เราได้เห็นความจริงของชีวิต ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท และเห็นคุณค่าของมันมากขึ้น

all : โครงการนี้ให้อะไรกับคุณบ้าง
ไอรีล : ART.for.CANCER ทำให้ชีวิตออยมีค่า มีครั้งหนึ่งคนไข้เขาส่งข้อความมาหาบอกเราว่า “พี่ทำให้หนูอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปค่ะ” เขาแค่เห็นว่าออยสู้ จิตใจเข้มแข็ง ร่าเริงสดใส มีความคิดบวก และก้าวผ่านมันมาได้ การที่เราสามารถเป็นแรงบันดาลใจ เปลี่ยนความคิดของใครสักคนให้กลายเป็นด้านบวกได้ มันเป็นอะไรที่ดีมากนะ (ยิ้มภูมิใจ)

all : คุณมีข้อคิดในการดำรงชีวิตอย่างไร

ไอรีล : หลังจากทำโครงการ หลังจากเป็นมะเร็ง เราก็รู้สึกว่าชีวิตมีค่า เราควรใช้ชีวิต ณ ปัจจุบันของเราให้คุ้มที่สุด เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นกับในอีกหนึ่งนาที หรือสามสิบวินาทีข้างหน้า เราควรโฟกัสกับปัจจุบัน ณ ตอนนี้ แล้วทำให้มันดีที่สุด

all : อยากฝากอะไรถึงผู้ป่วยที่กำลังต่อสู้กับโรคมะเร็งหรือคนอ่านไหม
ไอรีล : เหตุการณ์บางอย่างตอนแรกเรามองว่ามันเลวร้าย แต่ถ้าผ่านพ้นมาได้ เราอาจจะรู้สึกขอบคุณ ออยเชื่อว่าประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาในชีวิตมีประโยชน์ทั้งนั้นแหละ มันมาตามเหตุและปัจจัย จะดีหรือร้ายนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะมองด้านไหนมากกว่า

ผู้หญิงคนนี้ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า คุณค่าของชีวิตคือการได้คิดและทำอะไรเพื่อคนอื่น

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);