เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : อัมพวาในวันฟ้าสีเทา
    Search
  
29
เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : อัมพวาในวันฟ้าสีเทา
 
 

เที่ยวแล้วเที่ยวเล่า : เปรียบตะวัน จันทรวาริณ
All magazine ธันวาคม 2559

 อัมพวาในวันฟ้าสีเทา

อัมพวาในวันฟ้าสีเทา

       ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้
      เมื่อลูกได้ยินข่าวร้าย คำว่าใจสลายคงบรรยายไม่พอ เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของพวกเราคนไทยทุกคน แต่คำสอนของพ่อยังตรึงใจมิรู้ลืม
      อัมพวาในวันนี้ไม่เหมือนวันก่อน ๆ นอกจากความโศกเศร้าและผู้คนในชุดไว้อาลัย บรรยากาศหลายอย่างเปลี่ยนไป รู้สึกถึงความเจริญทางวัตถุที่มากขึ้น ในแง่ของความสะดวกสบายนั้นพูดได้เต็มปากว่าดีขึ้น มีโรงแรม โฮมสเตย์และเกสต์เฮาส์ที่ดูดีมีระดับเกิดขึ้นหลายแห่ง ต่างกับเมื่อ 3 - 4 ปีที่แล้วอย่างมาก นักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงหนาตา สังเกตได้จากชุดที่ใส่เป็นสีดำ แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีนนั้นเยอะมากที่สุด ตลาดน้ำอัมพวายังคงเป็นแหล่งยอดฮิตในวันหยุด
      ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดน้ำที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม ระยะทางไม่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก ขับรถใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษเท่านั้น สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของตลาดน้ำอัมพวาคือความเป็นออริจินัล ต้นแบบให้ตลาดน้ำสร้างใหม่ต้องเดินตาม อัมพวายังคงไว้ด้วยวัฒนธรรมไทย และวิถีชีวิตชุมชนที่เป็นเอกลักษณ์อย่างโดดเด่น
      ตลาดน้ำอัมพวาสามารถเที่ยวชมได้ตั้งแต่เช้ายันเย็น โดยที่ตอนเช้านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาเดินชมตลาดน้ำอัมพวา ซื้อกับข้าวและของสด หรือบางคนมาเพื่อตักบาตรทางน้ำ ซึ่งจะได้บรรยากาศไปอีกแบบ ช่วงบ่ายจะเน้นนั่งเรือไหว้พระตามวัดในจุดต่าง ๆ ที่เรือพาไป
      ตอนเย็นคือไฮไลต์ของที่นี่ เป็นตลาดน้ำที่คลาคล่ำด้วยผู้คนตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ๆ ไล่ไปจนมืด นอกจากร้านค้า ร้านขายขนม ร้านอาหาร ร้านของฝากที่ระลึก ฯลฯ ห้องพักหรือเกสต์เฮ้าส์ยังมีมาก แถมคงความงามแบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างกลมกลืน แต่สิ่งอำนวยความสะดวกนั้นครบครัน ไม่แปลกใจเลยครับที่อัมพวาจะมีที่พักมากถึงขนาดนี้ ส่วนใหญ่ด้านหน้าจะเป็นร้านอาหารในบรรยากาศสุดชิลล์ พอฟ้ามืด กิจกรรมยอดนิยมอีกอย่างก็คือการล่องเรือเพื่อชมหิ่งห้อย

          อัมพวาในวันฟ้าสีเทา

      เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของสถาปัตยกรรมเรือนห้องแถวของชุมชนอัมพวา ประตูบานเฟี้ยมไม้สักบานใหญ่ที่ผ่านการลงน้ำยารักษาเนื้อไม้อวดผิวจนขึ้นเงา เดินลัดเลาะเลียบไปตามริมคลองอัมพวาเพื่อชมความงามของชุมชนอัมพวา แนะนำให้เริ่มต้นจากตลาดน้ำอัมพวาขึ้นไปทางวัดจุฬามณี จะเห็นห้องแถวเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมเอาไว้ แล้วปรับปรุงใหม่จนสวยงามจำนวนหมดทั้งสิ้น 17 ห้องด้วยกัน
      จุดแรกฝั่งซ้ายมือจะเป็นพื้นที่ของมูลนิธิชัยพัฒนา มีร้านกาแฟโบราณ ‘ชานชาลา’ จำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารพื้นบ้าน ร้านตกแต่งให้ความรู้สึกคล้ายชานชาลาสถานีรถไฟสายแม่กลอง ซึ่งเป็นเส้นทางเดินรถเก่าแก่ที่ยังคงวิ่งผ่านตลาดแม่กลองจนถึงทุกวันนี้
      ด้านหลังเป็นลานวัฒนธรรม ‘นาคะวะรังค์’ เป็นลานอเนกประสงค์สำหรับการแสดงและกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมหมุนเวียน ปีละ 3 ครั้ง ในช่วงเดือนเมษายน สิงหาคม และธันวาคม เพื่อเล่าเรื่องราวความเป็นมา รูปแบบ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชนอัมพวา
      ห้องนิทรรศการชุมชน จัดแสดงวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชุมชนแม่กลองและอัมพวา, พิพิธภัณฑ์บ้านของนักดนตรีชาวแม่กลองคนสำคัญอย่าง ‘ครูเอื้อ สุนทรสนาน’ ที่มีประวัติและผลงาน ‘สุนทราภรณ์’ แถมมีซีดีจำหน่ายให้รำลึกถึง
โรงคั่วกาแฟโบราณ อย่าง ‘ร้านอึ้งเซ่งฮวด’ และ ‘ร้านสมานการค้า’ ยังมี ‘ร้านขนมเปี๊ยะเฮงกี่’ ร้านขายขนมเปี๊ยะและจันอับเจ้าเก่าแก่ ต่างเป็นร้านที่อยู่คู่กับอัมพวามาไม่ต่ำกว่า 70 ปีทั้งสิ้น
      บ้านทองโบราณ ร้านอาหารยอดนิยม สำหรับคนที่ชื่นชอบบทเพลงเก่า ๆ ทั้งเพลงไทยลูกกรุง สตริง ไปจนถึงเพลงสากล ละเมียดด้วยส่วนผสมของเครื่องสายอย่าง ไวโอลิน กีตาร์ และเพอร์คัสชั่น ในบรรยากาศอะคูสติกสุดอบอุ่น คลายเหนื่อย คลายเมื่อยจากการเดินทอดน่องมาทั้งวันได้เป็นอย่างดีครับ
      พาทัวร์พอหอมปากหอมคอแล้ว ผมขอแวะรับประทานอาหารค่ำ ที่มีเมนูปลาทูซาเตี๊ยะเป็นทีเด็ดก่อน แล้วขอลาไปล่องแม่น้ำแม่กลอง เอ๊ย... เอาแค่คลองอัมพวาเพื่อดูหิ่งห้อยก่อนนะครับ สายัณห์สวัสดิ์

 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);