เรื่องจากปก : สู้สุดใจ เมย์ - รัชนก อินทนนท์
    Search
  
17
เรื่องจากปก : สู้สุดใจ เมย์ - รัชนก อินทนนท์
 
 

เรื่องจากปก : ณ ชล
All magazine พฤษภาคม 2559


สู้สุดใจ เมย์ - รัชนก อินทนนท์
เมย์ - รัชนก อินทนนท์

สู้สุดใจ
เมย์ - รัชนก อินทนนท์

     เมื่อพูดถึงนักแบดมินตันสาวชาวไทย ไม่มีใครไม่รู้จัก ‘เมย์ – รัชนก อินทนนท์’ สาวน้อยวัย 21 ปี มือวางอันดับ 4 ซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นสู่มือวางอันดับ 2 ของโลกในเร็ว ๆ นี้ โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เมย์ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยม คว้าแชมป์การแข่งขัน Yonex Sunrise India Open 2016 ที่ประเทศอินเดีย และการแข่งขันแบดมินตัน CELCOM AXIATA Malaysia Open 2016 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นทัวร์นาเม้นต์ระดับซุปเปอร์ซีรีส์ได้ทั้ง 2 รายการ ส่วนที่เมย์กำลังลงแข่งอยู่นี้คือ การแข่งขันแบดมินตัน OUE Singapore open 2016 รายการระดับซุปเปอร์ซีรีส์ ชิงเงินรางวัลรวม 350,000 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 12.3 ล้านบาท) ที่ประเทศสิงคโปร์ และเป้าหมายต่อไปของ เมย์ – รัชนก อินทนนท์คือการคว้าเหรียญโอลิมปิก Rio 2016 ที่ประเทศบราซิล มาฝากกองเชียร์ชาวไทย แต่ความฝันของเธอจะเป็นไปได้หรือไม่ มาดูความตั้งใจของเธอกัน

all :    เมย์อยากเป็นนักแบดมินตันมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า

เมย์ รัชนก :    ตอนแรกเมย์ไม่ได้อยากเป็นนักกีฬาแบดมินตันเท่าไหร่ค่ะ แต่มีความจำเป็นที่ต้องเล่น เพราะพ่อและแม่ (คุณพ่อวินัสชัย อินทนนท์ และคุณแม่คำผัน สุวรรณศาลา) ทำงานอยู่ที่นี่โรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด เมย์ไม่ได้คิดว่าจะมาไกลขนาดนี้ เพราะพื้นฐานทางบ้านไม่ได้ร่ำรวย จึงไม่ได้มีเป้าหมายอะไรที่ไกลเกินเอื้อม ก็ฝึกเล่นมาเรื่อย ๆ ฝึกตั้งแต่เบสิคเลย โดยมีโค้ชจีนมาช่วยสอนให้ค่ะ ไม่ได้คิดว่าจะเป็นแชมป์หรืออะไร ตอนเด็ก ๆ เมย์มองว่าแบดมินตันคือกีฬาชนิดหนึ่งที่ทำให้เราแข็งแรงมากกว่า (ยิ้ม)

all :    ตอนที่เมย์เริ่มเล่นแบดมินตันอายุเพียง 6 ขวบ ถือว่ายังเด็กมาก รู้สึกว่าโดนบังคับบ้างไหม

เมย์ รัชนก :    ตอนเด็ก ๆ ก็มีบ้างนะคะ บางครั้งเมย์ก็อยากอยู่กับเพื่อน แต่ก็ต้องมาซ้อมแบดแทน เวลาเพื่อนนัดกันไปโน่นไปนี่ เมย์ก็ทำไม่ได้ เพราะพ่อจะมารับเพื่อกลับไปซ้อม พอโตขึ้นอย่างในช่วง ม.ต้น เมย์เริ่มแข่งเยอะขึ้น ไม่ค่อยได้ไปโรงเรียน ก็เกรงใจเพื่อนที่ทำงานกลุ่มด้วยกัน เลยใช้วิธีซื้อของมาฝากเพื่อนเวลาไปแข่งที่ต่างประเทศแทน (หัวเราะ) เพื่อน ๆ ก็เข้าใจนะคะ พอช่วง ม.ปลาย เมย์แข่งเยอะขึ้นอีก เลยไม่ค่อยติดเพื่อนเท่าไหร่

all :    เมย์รู้สึกยังไงที่สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการนักแบดมินตันไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแชมป์หญิงเดี่ยวเยาวชนโลกอายุน้อยที่สุด แชมป์แบดมินตันเยาวชนโลก 3 สมัยซ้อน และแชมป์โลกแบดมินตันหญิงเดี่ยวคนแรกของเมืองไทย
เมย์ รัชนก :    ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้เป็นแชมป์โลก แต่สุดท้ายก็ทำได้ พอทำได้ปีแรก ก็ต้องไปแข่งปีที่ 2 ก็เริ่มกดดัน เพราะเหมือนกับเราต้องป้องกันแชมป์ แถมคู่ต่อสู้หลายคนก็ศึกษาเกมเรามาอย่างดี การแข่งแต่ละครั้งก็เหมือนเป็นการวัดใจเรา ซึ่งก็ดีนะคะ ทำให้เรารู้ตัวเองว่า จิตใจเราเข้มแข็งพอไหม เราแกร่งแค่ไหนที่จะผ่านมันไปได้

เมย์ - รัชนก อินทนนท์all :    ภาพที่คนดูเห็นกันจนชิน คือภาพเมย์ยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน ไม่ว่าจะไปเล่นที่ไหน หรือแม้กระทั่งแมทช์ล่าสุด เมย์ก้มลงกราบพื้นคอร์ต เมื่อรู้ว่าตนเองคว้าแชมป์อินเดียโอเพ่นมาได้
เมย์ รัชนก :    เมย์ขอถวายความสำเร็จนี้แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในวันพระราชสมภพ 61 พรรษา เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2559 ค่ะ (ยิ้มภูมิใจ) ส่วนเรื่องการไหว้ ตอนเด็ก ๆ เวลาเดินเข้าคอร์ต เมย์จะโดนแม่ปุก (กมลา ทองกร ผู้อำนวยการโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด และเป็นคุณแม่บุญธรรมของเมย์ด้วย) สอนให้ไหว้ทุกคน ใครไม่ยกมือไหว้ต้องเดินกลับไปหน้าประตูเข้ามาใหม่ เมย์ถูกฝึกมาแบบนี้ค่ะ ก็เลยกลายเป็นว่าเจอใครเมื่อไหร่ เมย์จะยกมือไหว้หมด (ยิ้ม)

all :    ตอนที่แข่งกับนักแบดมินตันที่มือวางอันดับสูงกว่า เมย์ก้าวข้ามความหวั่นไหวในฝีมือไปได้ยังไง
เมย์ รัชนก :    เมย์ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีนะคะ เวลาเราได้แข่งกับนักแบดฝีมือดี ๆ แล้วก็ไม่ได้หวังผลว่าจะต้องชนะ เมย์จะพยายามเล่นให้ดีที่สุดเท่าที่ซ้อมมา ถ้าทำดีที่สุดแล้วแต่ยังไม่ชนะ วันหนึ่งเมย์ก็สามารถกลับไปแก้มือได้ เมย์ต้องพยายามพัฒนาจุดที่ดีแล้วให้ดียิ่งขึ้น และแก้ไขในจุดที่บกพร่องให้ได้ เพราะถ้าคู่แข่งศึกษาเกมของเมย์มา แล้วเขารู้ว่าจุดอ่อนของเมย์อยู่ตรงไหน เขาก็จะมุ่งไปที่จุดอ่อนนั้น ตัวเมย์เองก็ต้องพยายามรับมือในจุดจุดนั้นให้ได้ ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาของกีฬานะคะ การเล่นแบดมินตันไม่เหมือนกับการเล่นฟุตบอลที่หลายคนในทีมสามารถช่วยกันได้ แม้เมย์จะมีโค้ชช่วยแนะนำอยู่ข้างสนาม แต่ในสนามเป็นการตัดสินใจของเมย์คนเดียวล้วน ๆ ค่ะ

all :    แสดงว่าการศึกษาเกมการเล่นของคู่ต่อสู้มีความสำคัญมาก

เมย์ รัชนก :    สำคัญนะคะ เมย์ว่านักกีฬาทุกคนต้องศึกษาเกมการเล่นของคู่ต่อสู้มาบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ เพราะทำให้รู้สึกชินและพอเดาทางได้ว่า เวลาที่ออกลูกแบบนี้ไป คู่ต่อสู้จะถนัดตอบกลับมาในลูกแบบไหน เราก็จะระวังและรับมือได้ มันจะดีกว่าการที่เราไม่รู้อะไรเลย แล้วไปปรับเอาในสนาม เพราะจะยากและลำบากกว่าเยอะค่ะ

all :    ตอนที่เมย์ไปเล่นให้สโมสรชิงเต่า ประเทศจีน เป็นอย่างไร
เมย์ รัชนก :    เมย์ไปเฉพาะตอนแข่งในนามสโมสรอย่างเดียวค่ะ ไม่ได้ไปเก็บตัวหรือไปซ้อมที่นั่น คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเมย์ไปเก็บตัวอยู่ที่เมืองจีนเหมือนนักกีฬาวอลเลย์บอล แต่ไม่ใช่ค่ะ เมย์เดินทางไป - กลับ ช่วงไหนมีแข่ง เมย์ก็จะเดินทางไปก่อนหนึ่งวัน พอแข่งเสร็จก็กลับเลย เพราะต้องกลับมาซ้อมในเมืองไทย เมย์อาจจะไม่คุ้นเคยกับการฝึกซ้อมของเขา กลัวว่าจะมีอาการบาดเจ็บ เมย์เคยไปอยู่ที่นั่นประมาณอาทิตย์กว่า ๆ เหงามากค่ะ เพราะไปคนเดียว โดดเดี่ยวมาก (ทำหน้าเศร้า) พูดคุยกับใครก็ไม่เข้าใจ เพราะเขาไม่พูดอังกฤษกัน

all :    เป้าหมายต่อไปของเมย์คือรายการใด
เมย์ รัชนก :    ช่วงปลายเดือนเมษายนมีรายการแบดมินตันชิงแชมป์เอเชีย 2016 ที่เมืองหวู่ฮั่น ประเทศจีนค่ะ จากนั้นก็จะเป็นการประกาศผลไปแข่งแบดมินตัน โอลิมปิกเกมส์ Rio 2016 ที่เมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งจากคะแนนสะสม เมย์ได้ไปแข่งโอลิมปิกแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ (ยิ้มมั่นใจ)

เมย์ - รัชนก อินทนนท์all :    เมย์คิดว่า การเล่นแบดมินตันของตัวเองมาจากพรสวรรค์หรือการฝึกฝน
เมย์ รัชนก :    เมย์มองว่ามาจากทั้งสองอย่างนะคะ ถ้าเรามีพรสวรรค์ในเรื่องฝีมือ แต่ร่างกายไม่ถึงหรือไม่ได้ฝึกฝน ก็จะไปไม่ไหว ขณะเดียวกัน ถ้าเรามีแต่พรแสวงด้วยการฝึกฝน แล้วไม่มีพรสวรรค์ในการเล่นเลย ก็อาจไปไม่สุดเหมือนกัน มันมีเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจต้องใช้การตัดสินใจแบบเสี้ยววินาทีเข้ามาช่วย ซึ่งเรื่องนี้พรสวรรค์มีส่วนช่วยได้ค่ะ

all :    ทุกวันนี้เมย์ซ้อมหนักขนาดไหน

เมย์ รัชนก :    ก็มีทั้งหนักและเบาค่ะ เมย์พยายามรักษาร่างกายไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บ เพราะปีนี้เป็นปีที่สำคัญมากสำหรับเมย์ คือการได้ไปแข่งโอลิมปิก เมย์ไม่อยากให้บาดเจ็บ โดยเฉพาะในช่วงเก็บคะแนน เพราะจะมีผลต่อการจัดอันดับค่ะ

all :    รู้สึกยังไงที่สามารถก้าวขึ้นมาสู่นักแบดมินตันระดับโลกขนาดนี้
เมย์ รัชนก :    เมย์ดีใจค่ะ ดีใจมาก ๆ ที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น ๆ ได้ ทำให้หลายคนหันมาเล่นกีฬา โดยเฉพาะรุ่นเด็ก ๆ ที่หันมาเล่นแบดมินตันกันมากขึ้นค่ะ

all :    สิ่งสำคัญที่ทำให้เมย์ รัชนก ก้าวมาสู่ความสำเร็จในวันนี้ได้คืออะไร
เมย์ รัชนก :    ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเมย์เชื่อฟังผู้ใหญ่ พยายามทำทุกอย่างให้อยู่ในกฎระเบียบ ไม่ว่าจะหนักแค่ไหน บางครั้งเมย์อยากไปเที่ยวกับเพื่อน แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้ เพราะเมย์มีหน้าที่ที่ต้องทำ การเล่นแบดมินตันก็เหมือนการทำงานอย่างหนึ่งนะคะ แต่เป็นการเหนื่อยกาย ไม่ได้เหนื่อยแบบปวดสมอง เมย์จะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดค่ะ บางครั้งเมย์ก็ท้อเหมือนกันนะคะ ตอนนั้นโค้ชสั่งให้ทำแบบหนึ่งเพื่อปรับเปลี่ยนการเล่นให้เก่งขึ้น แต่เมย์ชินกับการทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก ก็เลยปรับไม่ได้ เมย์เครียดและท้อถึงขั้นไม่อยากตีแบดแล้ว เมย์ไปนั่งคุยกับแม่ แม่ก็ปลอบว่าคิดมากทำไม ซ้อมไปเถอะ พรุ่งนี้ก็หัดใหม่ เมย์ทำได้แต่คิดเท่านั้นละค่ะ แต่ไม่เคยได้เลิกเล่นสักที (หัวเราะ) เมย์มองว่ามันเป็นโอกาสนะคะ ที่มีผู้ใหญ่คอยดูแลและให้การสนับสนุนขนาดนี้ เมื่อเมย์มีโอกาสดีกว่าคนอื่นอยู่แล้ว จะมารู้สึกท้อเพราะอารมณ์ชั่ววูบไปทำไม พอคิดได้อย่างนี้ ก็พยายามปรับตัวเองและสู้ต่อได้ค่ะ

all :    ทุกการแข่งขัน มีทั้งแพ้และชนะ เวลาพ่ายแพ้ เมย์มีวิธีคิดอย่างไรที่ทำให้เกิดกำลังใจและสู้ต่อไปได้
เมย์ รัชนก :    เมื่อก่อนก็คิดนะคะ เคยคิดว่าทำไมเวลาเมย์แพ้ ถึงต้องโดนตำหนิขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่เราก็ซ้อมหนักและเหนื่อยมาก เราพยายามทำทุกอย่าง ทำไมต้องโดนต่อว่า เพียงเพราะแพ้กลับมาเท่านั้นเอง ตอนเด็ก ๆ บางทีก็อยากจะเหวี่ยงกลับบ้างนะคะ เคยคิดตอบกลับคนที่ต่อว่าเราว่า ไปตีเองมั้ย จะได้รู้ว่ามันเหนื่อยขนาดไหน ผู้ใหญ่ที่ดูแลเมย์ก็จะบอกว่า มันเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปใส่ใจอะไรมาก บางคนเขาไม่เข้าใจหรอกว่าเราซ้อมเหนื่อยขนาดไหน การแข่งขันบางแมทช์ เราเล่นได้ไม่เต็มที่เพราะกระหายอยากได้ชัยชนะ อยากทำให้ดี แต่ก็กลายเป็นเกร็งเกินไป ทำให้ตีไม่ได้ เมย์ก็เข้าใจและพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้มากขึ้นค่ะ เข้าใจว่าทุกคนเป็นห่วง อยากให้เมย์ชนะและผลงานออกมาดี ระยะหลังเมย์ไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่แล้ว พยายามคิดบวกไว้ว่าที่เขาตำหนิ เพราะเขาเป็นห่วงเรา เพื่อที่จะได้ไม่คิดมากและก้าวต่อไปให้ได้ค่ะ เมย์พยายามทำให้ดีที่สุด ผลจะออกมายังไงก็คือเมย์ทำดีที่สุดแล้ว

all :    แบดมินตันเปลี่ยนชีวิต ‘เมย์ รัชนก’ อย่างไรบ้าง

เมย์ รัชนก :    หลักจากได้แชมป์โลก ชีวิตเมย์ดีขึ้นมากค่ะ ก่อนหน้านั้นก็ดีในระดับหนึ่งนะคะ แต่พอได้แชมป์โลก เมย์สามารถวางแผนชีวิตครอบครัวตัวเองในอนาคตได้ เช่น การซื้อบ้าน ซื้อรถที่อยากได้ เพราะเรามีความฝันกันว่า อยากมีบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ อยากทำชีวิตของตัวเองให้ดี แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากนะคะ แค่มีชีวิตที่ค่อนข้างโอเค เมย์ก็พอใจแล้วค่ะ

all :    เมย์วางแผนชีวิตในอนาคตไว้ยังไงบ้าง อยากเป็นโค้ชไหม

เมย์ รัชนก :    การเป็นโค้ช น่าจะเป็นอาชีพที่เมย์ทำได้ดีที่สุดนะคะ ในอนาคตเมย์คงจะเป็นโค้ชและพยายามช่วยเด็กที่อยากเล่นแบดมินตัน ตอนนี้เมย์ก็พยายามแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้มาจากเวทีโลกให้น้อง ๆ อยู่ด้วย บางครั้งโค้ชสอน แต่น้องยังไม่เข้าใจ เมย์จะเข้าไปช่วยพูดให้น้องเข้าใจ เพราะเวลาน้องโดนโค้ชอัดหนัก ๆ อารมณ์เขาจะไม่ค่อยโอเค แต่พอเมย์เข้าไปช่วยพูด ช่วยแนะนำ เขาก็จะฟัง แล้วก็ดีขึ้นค่ะ ตัวเมย์เองก็เคยเป็นนะคะ เวลาโดนโค้ชอัดมาแรง ๆ แต่เมย์ก็ต้องรับให้ได้ ในฐานะนักกีฬา เราต้องมีความศรัทธาในตัวโค้ชค่ะ ไม่ว่าเขาจะเก่งหรือไม่เก่ง ผลการแข่งขันของเขาที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร แต่ในเมื่อเขาเป็นโค้ชของเรา เราก็ต้องเชื่อฟังค่ะ (ขณะนี้ เมย์มีโค้ช 2 คน คือ โค้ชเซี่ย – เซี่ยจือหัว (Xie Zhihua) และโค้ชเป้ - ภัททพล เงินศรีสุข)

เมย์ - รัชนก อินทนนท์all :    เมย์อยากขอบคุณผู้ใหญ่รอบ ๆ ตัวที่ช่วยสนับสนุนให้เมย์ก้าวขึ้นมาสู่จุดนี้บ้างไหม
เมย์ รัชนก :    เมย์อยากขอบคุณบ้านทองหยอดที่คอยดูแลคุณพ่อคุณแม่ รวมไปถึงเมย์และน้อง ช่วยแนะนำให้เมย์ได้คิดว่าอะไรดีหรือไม่ดี อยู่เคียงข้างเมย์มาตลอด ช่วยฝึกให้เมย์สามารถอยู่กับสังคมภายนอกได้ เพราะชีวิตปกติของเมย์คือสนามแบดมินตันเท่านั้น ขอบคุณที่สอนให้เมย์รู้จักการวางตัว อ่อนน้อมถ่อมตน จนกลายเป็นนิสัยของเมย์ไปแล้วค่ะ (ยิ้ม)

all :    อยากฝากอะไรถึงกองเชียร์ชาวไทยบ้างไหม

เมย์ รัชนก :    ปีนี้เป็นปีสำคัญที่ใคร ๆ ก็หวังเหรียญโอลิมปิกกับกีฬาแบดมินตัน แล้วเมย์ก็คิดว่า เมย์มีโอกาสที่จะคว้าเหรียญใดเหรียญหนึ่งกลับมาฝากคนไทย แต่เมย์ก็เผื่อใจไว้เหมือนกันนะคะว่ามันอาจเป็นไปไม่ได้ก็ได้ แต่ถ้าไม่ได้ในปีนี้ เมย์ก็ต้องมองไปที่โอลิมปิกอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งร่างกายเมย์อาจจะไม่ดีเท่าในช่วงนี้ เพราะกีฬาประเภทเดี่ยว ใช้พละกำลังค่อนข้างเยอะ ถ้าต้องรออีก 4 ปีข้างหน้า ก็คงไม่ฟิตเท่าวันนี้ มีแค่ประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเท่านั้นเอง ช่วงนี้เมย์ก็พยายามศึกษาเกมของคู่ต่อสู้ แล้วก็พยายามปรับตัวเองให้ดีที่สุด จะพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ อย่าลืมส่งกำลังใจเชียร์เมย์ด้วยนะคะ (ยิ้ม)

    เมย์ทิ้งท้ายไว้ด้วยคำมั่นสัญญาที่กองเชียร์ชาวไทยน่าจะพอใจ แต่ไม่ว่าเมย์จะคว้าเหรียญโอลิมปิกกลับมาได้หรือไม่ เราเชื่อว่าเธอได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างดีและเต็มที่ที่สุดแล้ว ส่วนพวกเราในฐานะกองเชียร์ชาวไทย มาช่วยส่งกำลังใจและเสียงเชียร์ดัง ๆ ไปให้‘เมย์ รัชนก’ รวมถึงนักกีฬาคนอื่น ๆ กันเถอะ

*************************************************************
    เมย์ - รัชนก อินทนนท์ มีพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มแรกของตัวเอง ชื่อว่า ‘หยอดฝันไว้ที่ปลายคอร์ต’ โดยเมย์บอกว่า ดีใจที่ได้แชร์ประสบการณ์ชีวิตการเป็นนักแบดมินตัน รวมถึงแนวทางการใช้ชีวิตในสนามแบดมินตันและลูกขนไก่มาตลอดสิบปีให้คนไทยได้อ่าน เพื่อจะได้สร้างแรงบันดาลใจและเป็นกำลังใจให้คนอื่น ๆ ที่อาจจะยังไม่มีความฝันเป็นอย่างดี

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);