เรื่องจากปก : กล้าคิด กล้าทำ เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ
    Search
  
04
เรื่องจากปก : กล้าคิด กล้าทำ เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ
 
 

เรื่องจากปก : ณ ชล
All magazine เมษายน 2559


กล้าคิด กล้าทำ เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ

เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ

กล้าคิด กล้าทำ
เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ

     กลายเป็นพระเอกละครอันดับหนึ่งของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบก ช่อง 7 ไปแล้วในวันนี้ ‘เวียร์ - ศุกลวัฒน์ คณารศ’ ผู้ชายผิวสีแทนมาดเท่กับบทบาทหลากหลายท้าทายทุกความรู้สึก โดยเฉพาะลุคที่ออกเป็นแนวแบดบอยอย่าง ‘นายน้อย – มาเฟียสยุมภู’ แห่งละครเรื่อง ‘มรสุมสวาท’ ที่เพิ่งจบไป
     ในช่วงนี้แม้ภารกิจยังคงหนักหน่วง ทั้งแสดงละคร ร้องเพลงประกอบละคร เล่นหนัง ถ่ายโฆษณา ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร รวมไปถึงการดูแลบริหารธุรกิจที่เป็นเจ้าของ ในวันนี้ ‘เวียร์ – ศุกลวัฒน์’ หนุ่มหล่อตาคมหน้าไทยแท้ก็ปลีกเวลามานั่งอยู่ตรงหน้า เพื่อให้เราได้พูดคุยเรื่องราวชีวิต ตามประสาหนุ่มวิศวะขาลุยที่พร้อมรับกับทุกสถานการณ์ กล้าใช้ชีวิต กล้าคิด กล้าทำอย่างท้าทายในสิ่งที่คิดว่าดี โดยไม่ทิ้งความเป็นตัวเอง ลองมาสัมผัสมุมมองความคิดของผู้ชายขวัญใจสาว ๆ ค่อนประเทศคนนี้กัน

all :    ละครเรื่อง ‘มรสุมสวาท’ ที่เพิ่งจบไป ได้รับความนิยมสูงมาก เวียร์เล่นเรื่องนี้เหนื่อยหรือสนุกแค่ไหน
เวียร์ :    ก็สนุกดีครับ ละครเรื่องนี้เป็นแนวที่ทุกคนชอบดู เป็นละครชีวิตที่นางเอกน่าสงสาร พระเอกก็จะโหด ๆ หน่อย สองคนนี้มีเรื่องเข้าใจผิดกัน แต่สุดท้ายก็เข้าใจและรักกัน ผมว่าเป็นแนวละครที่ทุกคนชอบดูอยู่แล้ว ด้านผู้จัดก็พยายามตัดต่อละครให้ทันสมัย น่าสนใจมากขึ้น เลยทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี สำหรับตัวผมเอง ทุกเรื่องที่มีโอกาสได้เล่น ผมจะทำเต็มที่ แถมเรื่องนี้ได้เล่นกับทีมงานของบริษัทมุมใหม่ จำกัด ที่ผมทำงานด้วยมาโดยตลอด เลยค่อนข้างคุ้นกับการทำงาน ทีมงานก็ส่งบทมาให้อ่านก่อน ทำให้ผมมีเวลาทำการบ้านพอสมควร นักแสดงที่เล่นด้วยก็มีความสามารถ มีประสบการณ์ค่อนข้างสูง ทำให้การทำงานเป็นไปได้ดีครับ (ยิ้ม) ละครเรื่องนี้ถ่ายทำเสร็จก่อนออกอากาศหลายเดือน ซึ่งปกติแล้วน้อยครั้งที่เราจะได้ถ่ายละครจนจบแล้วค่อยออนแอร์ บางทีถ่ายแค่ 50% ก็ต้องออกอากาศแล้ว แต่ในระยะหลังเราก็พยายามถ่ายทำให้ได้มากที่สุดแล้วค่อยออกอากาศ เพื่อให้ละครออกมาดี ให้เนื้องานมีคุณภาพครับ

all :    ตอนเด็กๆ เคยคิดไหมว่าตัวเองจะกลายเป็นพระเอกแถวหน้าของเมืองไทย
เวียร์ :    มันเหมือนจับพลัดจับผลูนะครับ (ยิ้ม) ผมไม่เคยมีเป้าหมายว่าจะเข้าสู่วงการบันเทิง ผมตัดสินใจเรียนวิศวะเพื่อเป็นวิศวกร (เวียร์เรียนจบวิศวกรรมโยธา จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น) ทุกอย่างเริ่มต้นจากคุณแม่ผมที่ชอบดูละครในเวลาว่าง แล้วช่วงนั้นผู้จัดการเขาต้องการนักแสดงที่มาจากต่างจังหวัด เพื่อเล่นเรื่อง ‘พลิกดินสู่ดาว’ เขาคงเห็นว่า ขอนแก่นเป็นจังหวัดค่อนข้างใหญ่ มีสนามบินทำให้เดินทางไปมาสะดวก เลยได้คุยกัน แต่ตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้ตอบตกลงอะไรนะครับ ทางผู้จัดการเขาก็ไปคุยกับคุณแม่ คุณแม่ก็ชอบ (ยิ้ม) เลยสนับสนุนให้ผมลองดู ผมคิดว่าไม่เสียหายอะไร ก็เลยตัดสินใจลอง ถือว่าเป็นประสบการณ์ แล้วมันก็ยาวมาจนถึงปัจจุบันนี้ ร่วมสิบปีแล้วครับ (หัวเราะ)

all :    ไม่เสียดายความรู้ด้านวิศวะที่เรียนมาบ้างหรือ
เวียร์ :    ตอนแรก ๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรครับ เพราะผมไม่รู้ว่าจะอยู่ได้ยาวขนาดนี้ (ยิ้ม) แต่พออยู่ในวงการไปนาน ๆ เข้า ผมคิดว่า อาชีพนักแสดงก็เหมือนอาชีพอื่น ๆ เป็นอาชีพสุจริตไม่แตกต่างกัน สร้างความสุขให้กับคนดู ผมคิดว่า ผมอยู่ในจุดที่โอเคนะ ได้สร้างความสุข มีกลุ่มแฟนคลับ มีคนที่ดูละครแล้วชื่นชอบผลงาน ผมก็คิดว่าอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพที่ดี และผมก็ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางนี้แล้ว ถ้าให้ผมไปเริ่มต้นเป็นวิศวกรใหม่ก็คงลำบาก

all :    ล่าสุดเวียร์เพิ่งเรียนจบปริญญาโทศิลปศาสตรมหาบัณฑิต การจัดการสื่อบันเทิงจากสถาบันกันตนา แสดงว่าตั้งใจจริงกับการทำงานในวงการบันเทิงแล้วใช่ไหม
เวียร์ :    ผมได้ทุนจากบริษัทกันตนา กรุ๊ป ให้ไปเรียนที่สถาบันกันตนา ในคณะศิลปกรรมการผลิตสื่อ เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจสื่อบันเทิง ซึ่งผมคิดว่า การเรียนในสาขานี้น่าสนใจ เพราะผมเดินบนเส้นทางสายบันเทิง ขณะนี้ผมทำงานเป็นเบื้องหน้า ก็อยากจะเรียนรู้การทำงานเบื้องหลังไว้บ้าง เช่น การบริหารคน การบริหารงาน การบริหารธุรกิจ ซึ่งต่อไปอาจจะเป็นประโยชน์กับผมในอนาคตได้ คิดว่าน่าจะดีกับตัวเอง เลยตัดสินใจเรียน พอไปเรียนจริง ๆ ก็ทำให้ผมได้ความรู้มากขึ้น ได้คอนเน็คชั่นมากขึ้น และถ้าในอนาคต ผมมีโอกาสผันตัวเองไปทำงานเบื้องหลังก็น่าจะเป็นประโยชน์ครับ                      

all :    เวียร์ยึดหลักอะไรในการทำงาน
เวียร์ :    ผมคิดว่าคงเหมือนอาชีพอื่น ๆ นะครับ คือต้องรับผิดชอบและพัฒนาตัวเอง อย่างผมทำงานสายบันเทิง ก็ต้องมีการปรับตัวพอสมควร เพราะต้องเจอคนเยอะและหลากหลาย แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ต้องมีจุดยืนและมีความเป็นตัวของตัวเอง เวลาผมต้องไปร่วมงานกับคนอื่น ๆ ก็พยายามยึดหลักว่า ถ้าเราน่ารัก เราตั้งใจทำงานให้งานออกมาดี ผมก็คิดว่าน่าจะโอเคนะครับ (ยิ้ม)

                        เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ

all :    ทำงานเยอะแยะขนาดนี้ แบ่งเวลายังไง
เวียร์ :    ผมใช้หลักการจัดสรรเวลา ใช้การสื่อสารเป็นหลัก ในแง่อาชีพ ผมยึดละครเป็นงานหลัก พอมีงานอื่น ๆ เข้ามา แล้วผมสามารถรับได้ ผมก็จะรับ ทางช่องก็สนับสนุน เพราะการทำงานอื่น ๆ นอกเหนือจากงานละคร ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของผมให้คนอื่นได้เห็นในสื่อต่าง ๆ นอกจากทางโทรทัศน์ เช่น ได้เห็นตามแผงหนังสือ ในโฆษณา หรืองานอีเว้นต์ต่าง ๆ ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ส่งเสริมกันและกัน เมื่อไม่ได้ขัดกัน เวลาขอคิวอะไรไปส่วนมากก็จะได้ ส่วนตัวผมเองก็ต้องวางแผนในการจัดการ อย่างเรื่องคิวงาน เรื่องเวลา เพื่อให้กองถ่ายละครเตรียมตัวด้วยว่าต้องดำเนินการอย่างไร
            

all :    ข่าวลือต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวคุณ ไม่ว่าจะเป็นพระเอกขี้เมา เจ้าชู้ มีผลกระทบกับชีวิตคุณมากน้อยแค่ไหน
เวียร์ :    จริง ๆ ก็ไม่ค่อยมีผลกระทบนะครับ เพราะข่าวก็เป็นของคู่กับวงการบันเทิงอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่คู่กันมานานก่อนที่ผมจะเข้าวงการเสียด้วยซ้ำ ผมก็พยายามเรียนรู้และตั้งรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งปัจจุบัน โลกโซเชียลหรือสื่อต่าง ๆ ก็เข้าถึงง่าย ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของสื่อเองได้ ไม่ใช่ช่อง ไม่ใช่หนังสืออีกต่อไป คนทั่วไปสามารถโพสต์โน่นโพสต์นี่ได้เอง เราก็ต้องตั้งรับและเข้าใจในโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าเราเข้าใจ ผมว่าก็อยู่ด้วยกันได้ครับ

all :    กว่าจะเป็น ‘เวียร์ ศุกลวัฒน์’ ในวันนี้ เชื่อว่าคุณคงผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มามาก คุณก้าวข้ามความผิดหวังเหล่านั้นได้อย่างไร ใช้อะไรเป็นกำลังใจและแรงผลักดัน
เวียร์ :    ครอบครัวผมค่อนข้างอบอุ่น ผมโดนปลูกฝังให้แข็งแกร่งมาตั้งแต่เด็ก เช่น ในเรื่องของการตั้งรับ ไม่ให้รู้สึกยินดียินร้ายกับสิ่งที่เข้ามาจนเกินไป ชีวิตเราอาจจะมีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีเข้ามา ผมก็พยายามไม่ให้มีความสุขมากจนเกินไปกับสิ่งดี ๆ เหล่านั้น แล้วก็ไม่ได้ไปทุกข์มากกับสิ่งแย่ ๆ ที่เข้ามาเหมือนกัน ผมว่าอย่าไปยึดติด ต้องปล่อยวางบ้าง แล้วเราจะอยู่ได้ ถ้าเราไปยึดติดว่า เฮ้ย... ช่วงนี้ชีวิตดีจัง มีความสุขกับมันจนเกินไป พอสักพักเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมา เราจะตั้งรับไม่ทัน ผมก็พยายามอยู่กับโลกให้ได้แบบนี้แหละครับ

all :    นี่คือหลักธรรมะเลยนะ เวียร์สนใจเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า
เวียร์ :    คุณปู่ของผมเป็นมัคทายก คุณพ่อก็จะได้หลักธรรมพวกนี้มาเยอะ เขาก็ชอบพูดชอบเขียนให้ลูก ๆ อ่าน บางทีก็เขียนเป็นจดหมาย เขาบอกว่าผู้ชายไม่ค่อยฟังกัน เลยเขียนให้อ่าน ผมก็พลอยได้ซึมซับเรื่องพวกนี้มาบ้าง (ยิ้ม)

all :    อยากให้เวียร์เล่าถึงโครงการ Warm Hug by Weir ที่เวียร์และแฟนคลับร่วมทำบุญไปแจกเสื้อกันหนาวให้กับเด็ก ๆ บนพื้นที่สูงให้ฟังบ้าง
เวียร์ :    จริง ๆ โครงการนี้ไม่ได้เริ่มจากผมหรอกนะครับ ต้องยกความดีให้กับแฟนคลับ (ยิ้ม) ทุก ๆ ปี เราจะจัดกิจกรรมประจำปีด้วยกัน สมัยก่อนก็จะมีปีละสองครั้ง คือ ช่วงปีใหม่และวันเกิดของผม ผมจะรู้สึกเสมอว่า ตัวเองมีโอกาสมากกว่าคนอื่น ก็เลยอยากนำโอกาสที่ได้มาส่งต่อให้กับคนที่ด้อยโอกาส แฟนคลับเขาก็ไปช่วยกันคิดว่าวันเกิดปีนี้จะทำบุญอะไรดี เราก็เริ่มต้นกันมาตั้งแต่ทำบุญเด็กกำพร้า บ้านพักคนชรา สุนัขพิการ บางปีก็ไปบริจาคอุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลต่าง ๆ หรือไม่ก็หาเงินทำบุญเข้าวัด จนวันหนึ่งก็มาคิดร่วมกันว่า ช่วงปีใหม่เป็นช่วงที่อากาศหนาวเย็น เรามาทำเสื้อกันหนาวดีไหม เพราะมีแฟนคลับบางคนเขาอยู่ต่างจังหวัดอย่างภาคเหนือ ภาคอีสาน เขาเห็นว่ายังมีโรงเรียน มีชุมชนที่ขาดแคลนเครื่องนุ่งห่ม เพราะเขาเป็นคนในพื้นที่นั้น ๆ ก็เลยส่งข่าวมาให้ผมและแฟนคลับ โครงการนี้ก็เลยเปิดโอกาสให้ผม แฟนคลับ รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นแฟนคลับมาร่วมทำบุญด้วยกัน เป็นการกระจายบุญไปให้เยอะที่สุด เลยคิดร่วมกันว่าเรามาทำเสื้อกันหนาวไปแจกกัน แล้วตั้งชื่อโครงการว่า Warm Hug by Weir ซึ่งโครงการนี้ประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกเลยนะครับ ได้เสียงตอบรับจากคนที่ร่วมทำบุญ เขาได้เห็นภาพการทำบุญนั้น ๆ จริง ๆ ได้เห็นเด็กใส่เสื้อกันหนาวจากเงินทำบุญของพวกเขา เป็นการทำบุญแบบตรง ๆ ครับ ได้เห็นเลยว่าสิ่งที่เขาร่วมทำบุญก็ไปช่วยสร้างความอบอุ่นให้แก่เด็ก ๆ เหล่านั้น หลังจากนั้นก็เลยมีครั้งต่อ ๆ มา ปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้วครับ ส่วนมากแฟนคลับจะช่วยกันจัดการ ผมก็ช่วยร่วมเลือกแบบเสื้อ แล้วก็ไปร่วมงาน เรียกว่าแฟนคลับทำให้ซะ 60 – 70% (หัวเราะ) ก็ต้องยกความดีให้เขา ผมก็เป็นตัวกลางคอยเชื่อมให้แฟนคลับได้มารู้จักกัน มาสนิทกัน ครอบครัวแฟนคลับของผมก็เริ่มใหญ่ขึ้น แล้วยังได้ร่วมทำบุญไปด้วยกันในช่วงปีใหม่ด้วย ผมว่าก็ดีนะ (ยิ้มกว้าง)

all :    ตัวเวียร์เองได้อะไรจากการทำโครงการนี้

เวียร์ :    ผมรู้สึกดีและชื่นใจครับ คนเราเมื่อมีได้โอกาสทำบุญ ก็จะรู้สึกสบายใจ บางคนทำให้ผมรู้ว่าเขาขาดแคลนกว่าเราเยอะมาก เขาไม่ได้มีเหมือนพวกเรา ไม่มีแม้แต่โอกาส ไม่มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนกับที่เรามีอยู่ พอเราได้ส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้เขา แม้จะทำให้ได้แค่นี้ เขาก็มีความสุขมากแล้ว ตัวผมเองก็มีความสุขมาก และอยากให้ทำต่อไปเรื่อย ๆ เพราะมันไม่ได้ส่งผลถึงแค่ผมคนเดียว แต่ส่งผลถึงทุกคนที่มีโอกาสได้ร่วมทำบุญด้วยกัน ทุกคนก็ช่วยกันสนับสนุน ทั้งทางช่อง 7 ทางทีมงานละคร เพื่อน ๆ ทุกคนจะร่วมทำบุญมาในทุก ๆ ปีครับ

                          เวียร์ – ศุกลวัฒน์ คณารศ

all :    เห็นจาก IG เวียร์มักโพสต์ภาพสวย ๆ จากแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เวียร์ชอบท่องเที่ยวด้วยใช่ไหม
เวียร์ :    ผมเป็นคนชอบท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ การได้พักผ่อนหรือได้เที่ยว ผมว่าเป็นกำไรชีวิตนะครับ เราเกิดมาชีวิตหนึ่ง อาจจะ 70 – 80 – 90 ปี ก็แล้วแต่ ผมว่าเราต้องใช้ชีวิต อย่าให้ชีวิตมันใช้เราอย่างเดียว ถ้าเรามัวแต่ทำงาน เราก็จะไม่ได้ใช้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ลองดูครับ แต่ก็เข้าใจว่าบางคนโอกาสต่างกัน อย่างผม ถ้าว่างก็จะไปเที่ยว ขออนุญาตไปใช้ชีวิตเสียหน่อย (ยิ้ม) เพราะชีวิตมันใช้เราทำงานมาหลายวันแล้ว ก็จะพยายามล็อคคิว ล็อควัน เพื่อไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ผมชอบทุกที่ที่ได้ไป ไม่เฉพาะเจาะจงว่าเป็นที่ไหน ชอบและสะใจที่ได้ไปจนได้ (เน้นเสียง) บางทีคิดวันนี้ พรุ่งนี้ไปเลย ไม่มีการวางแผนอะไรเท่าไหร่ ก็สนุกไปอีกแบบครับ ไปกับเพื่อน ๆ บางทีก็ไปขี่มอเตอร์ไซค์บ้าง ไปเดินป่าบ้าง ไปทั้งในประเทศ แล้วก็รอบ ๆ ประเทศ รวมทั้งต่างประเทศด้วย สนุกที่ได้ไปทุกครั้งครับ

all :    ถึงแม้ว่าเวียร์จะเป็นนักแสดง แต่ก็ทราบว่ามีธุรกิจเป็นของตัวเองหลายอย่างเหมือนกัน ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

เวียร์ :    ผมเปิดร้านมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สายพันธุ์อังกฤษยี่ห้อไทรอัมพ์ (Triumph) ร่วมกับเพื่อนนักแสดง และเพื่อนนอกวงการที่หลงรักในบิ๊กไบค์เหมือนกันครับ แล้วก็เปิดร้านไก่ทอดเดชา ร่วมกับคุณเดชา (เจ้าของต้นตำรับ) และพี่บ๊วย เชษฐวุฒิ เปิดร้านอาหารสำหรับทัวร์คนจีนแวะมารับประทานอาหารเที่ยง ร้านนี้เปิดร่วมกับพี่สาวที่สนิทกันครับ อาจจะดูเยอะนะครับ แต่ผมก็มีตัวช่วยที่ดี เช่น ผู้จัดการร้านที่ช่วยบริหารร้านอยู่ ส่วนผมก็ดูแลในภาพรวมมากกว่าครับ

all :    รู้สึกอย่างไรที่ผู้ชมให้การตอบรับกับทุกงานที่เวียร์ทำ

เวียร์ :    ผมคิดว่าเป็นความโชคดีครับ เพราะผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่ผมทำ คนอื่น ๆ จะชอบไหม ตอนเข้าวงการบันเทิงใหม่ ๆ ก็ไม่ค่อยมั่นใจ ผมเคยรู้สึกว่าวงการบันเทิงอาจจะไม่ใช่ที่ของผม เพราะอุปสรรคมันเยอะ มันยากเหลือเกิน ผมใช้เวลาพอสมควรกับการต่อสู้กับใจตัวเองว่า เราต้องทำได้ ต้องเอาชนะให้ได้ พยายามพัฒนาตัวเองเรื่อย ๆ อย่างเรื่องการแสดง ผมตั้งใจมากครับ เพื่อทำให้ดีที่สุด อยากเลื่อนขั้นตัวเองไปเรื่อย ๆ ส่วนเรื่องงานร้องเพลง ผมเป็นคนชอบร้องเพลงอยู่แล้ว เลยไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ ผมโชคดีที่แฟนคลับเขาชอบตัวตนของผมจริง ๆ ไม่ได้ชอบตัวตนที่อยู่ในละคร เขาชอบผู้ชายตรง ๆ ที่บางทีก็ดิบ บางทีก็แอ๊บ บางทีก็สนใจ บางทีก็ไม่สนใจบ้าง (ยิ้มขำ) เพราะผมเป็นคนแบบนี้ เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ นับว่าช่วยได้เยอะครับ พอเขาได้มาเจอตัวจริงแล้วรับได้ ก็ถือว่าผมโชคดีที่ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเยอะจนเกินไป ผมอยู่วงการนี้มาได้ด้วยการเป็นตัวของตัวเองแบบนี้ มีบางคนที่รับไม่ได้ก็มีหายไปบ้าง แต่เท่าที่อยู่ด้วยกันก็ยังแน่นแฟ้นดี โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ของผมให้อุปนิสัยแบบนี้มา ไม่มีคนไหนที่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ ดี 70% ไม่ดี 30% ก็ถัว ๆ กันไป คนเราต้องมีสีเทาบ้างแหละ คงไม่มีใครขาวสะอาด 100% ทั้งหมดหรอก แต่ถ้าเขารับเราในสิ่งที่เราเป็นแล้วมีความสุขกับชีวิตของเรา ถือเป็นความโชคดีมาก ๆ ครับ

all :    เวียร์ได้อะไรบ้างกับการทำงานร่วมสิบปีในวงการบันเทิง
เวียร์ :    ให้เยอะครับ ให้หลายอย่างมาก สิบปีที่ผ่านมา ช่วยสร้างตัวตนของผมขึ้นมา ทำให้ผมมีวันนี้ วันเวลาที่ผ่านมา ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น ทำให้ผมเติบโตขึ้นทั้งในแง่ความคิด มุมมอง การใช้ชีวิต แม้ว่าวงการบันเทิงจะเป็นวงการมายา แต่ผมว่าก็คงไม่แตกต่างจากวงการอื่น ๆ ที่มีทั้งสิ่งดีและสิ่งไม่ดี คนดีและคนไม่ดี การที่เราสามารถอยู่ในวงการนี้ได้นาน ก็เปรียบเสมือนเราเป็นนักรบที่ผ่านศึกมาเยอะ ทำให้เราเก่งและแกร่งขึ้น วงการนี้ถือเป็นเส้นทางหนึ่งที่มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเดินไปบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป มันคงต้องเจอขวากหนามหรืออุปสรรคได้ แต่ถ้าเราสามารถแก้ไขและผ่านไปได้ ก็จะทำให้เราแกร่งขึ้น บางคนพอเจอกับอุปสรรค แรก ๆ อาจจะท้อและสู้ไม่ได้ ก็ต้องออกจากวงการบันเทิงไป ซึ่งถ้าคุณไปท้อกับมันมาก คุณจะเกิดความเครียด ก็ไม่ดีกับตัวเอง กว่าที่ผมจะเดินมาถึงจุดนี้ ผมก็มีล้ม มีพลาด มีชะงักบ้าง แต่ก็พยายามทำให้ดีที่สุด ด้วยความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ เอาเป็นว่าผมพยายามจะทำให้ดีที่สุดนะครับ ไม่เดือดร้อนตัวเอง ไม่เดือดร้อนคนอื่น ก็น่าจะดีที่สุดแล้วละครับ

all :    อยากฝากบอกน้องๆ ที่มีความฝันอยากทำงานบนเส้นทางบันเทิงแบบพี่เวียร์ยังไงบ้าง
เวียร์ :    งานในวงการบันเทิงเป็นงานที่น่าสนใจนะครับ แต่มันก็ไม่ได้ง่าย ผมว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทาย การที่ตัวผมเองเข้ามาทำงานในเส้นทางนี้ได้ ถ้าพูดอย่างน้ำเน่าหน่อย ก็คงเป็นเพราะฟ้ากำหนดไว้แล้ว (ยิ้ม) อาจจะมีการลิขิตไว้แล้วว่าผมต้องมาอยู่ที่จุดนี้ เพราะคงจะมีเพียงหนึ่งในล้านคนที่มีโอกาสได้ก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงแล้วประสบความสำเร็จและอยู่ได้นาน แต่ปัจจุบัน มันก็ไม่ได้ยากอย่างสมัยก่อน เพราะสมัยนี้ช่องทางต่าง ๆ เยอะมาก เราก็ต้องพยายามให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม การแสดงออกต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ดี ทำไปเถอะ ถ้าเราชอบและมุ่งมั่นที่จะทำงานในวงการบันเทิง มันอยู่ได้ไม่ยากเลย ขอแค่ หนึ่ง เราเป็นตัวของตัวเอง สอง เราเป็นคนดี มีความกตัญญูกับครอบครัว ผมว่าสิ่งเหล่านี้คือสุดยอดแล้วแหละ และเมื่อคุณได้เข้ามา คุณจะอยู่ตรงไหนก็ได้ ก็จะมีแต่คนดี ๆ เข้ามาหาคุณ และคุณก็จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณอยากทำ
    จากก้าวแรกบนเส้นทางบันเทิงที่ผู้ชายคนนี้ผ่านมาด้วยความไม่มั่นใจและท้อแท้ จนถึงวันที่เป็น ‘เวียร์ – ศุกลวัฒน์’ นักแสดงชื่อดังในวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาได้พิสูจน์ความสามารถและตัวตนของเขาด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจพัฒนา และกล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง จนทำให้ชายหนุ่มผิวเข้มคนนี้ กลายเป็นพระเอกแถวหน้าและซุปเปอร์สตาร์ของเมืองไทย
แล้วคุณล่ะ... กล้าคิดกล้าทำในสิ่งถูกต้องดีงามบ้างหรือยัง ?

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);