เรื่องเก่าเล่าสนุก : คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง สถาปนิกผู้สร้างวัง
    Search
  
22
เรื่องเก่าเล่าสนุก : คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง สถาปนิกผู้สร้างวัง
 
 

เรื่องเก่าเล่าสนุก : โรม บุนนาค
All magazine มีนาคม 2559


คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง สถาปนิกผู้สร้างวัง

คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง สถาปนิกผู้สร้างวังคาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง
สถาปนิกผู้สร้างวัง

    ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แม้จะเป็นยุคล่าอาณานิคมของมหาอำนาจตะวันตก และไทยเราก็เกือบเอาตัวไม่รอดในเรื่องนี้ แต่ก็มีชาวตะวันตกอีกหลายคนที่เข้ามารับราชการไทย และทำด้วยใจรักประเทศนี้ ได้ฝากผลงานไว้มากมาย บางคนก็ยึดเอาเมืองไทยเป็นเรือนตาย บางรายก็ได้กลายเป็นต้นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองไทย บางรายแม้จำต้องกลับไป แต่ก็ฝากแต่ผลงานและฝากใจไว้
     หนึ่งในจำนวนนี้ ก็คือ คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง ชาวเยอรมันที่โลดแล่นเข้ามาเองหลังจากจบการศึกษา ด้วยความสนใจในศิลปะตะวันออก และได้ฝากชื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย ในฐานะสถาปนิกและวิศวกรผู้ออกแบบและสร้างพระราชวังที่งดงามไว้หลายแห่ง
   คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง (Professor Dr.Karl Siegfried Dohring)เข้ามาเมืองไทยในปี ๒๔๔๙ หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ Technical University Berlin และด้านประวัติศาสตร์ ศิลปะโบราณคดี ปรัชญา ที่ University Berlin จากนั้นได้ศึกษาต่อจนสำเร็จปริญญาโทด้านวิศวกรรมที่ Technical University Berlin แล้วสมัครเข้าทำงานในกรมรถไฟกรุงเบอร์ลินระยะหนึ่ง ก่อนตัดสินใจมุ่งมาศึกษาศิลปะตะวันออกในประเทศสยาม

    คาร์ล เข้ามารับตำแหน่งแรกในเมืองไทย เป็นวิศวกรผู้ช่วยในกรมรถไฟ ได้รับมอบหมายให้ดูแลการสร้างทางรถไฟสายเหนือ และได้เป็นวิศวกรร่วมสร้างสถานีหัวลำโพงด้วย ต่อมาในปี ๒๔๕๒ กระทรวงมหาดไทยได้ขอตัวไปเป็นวิศวกรกรสุขาภิบาล มีหน้าที่ตรวจการสุขาภิบาลหัวเมือง รับผิดชอบการออกแบบ แก้ไขระบบน้ำโสโครก ทำถนน สร้างสะพาน และอื่นๆ
    งานเหล่านี้ดูจะไม่ตรงสเป๊คของคาร์ล ดอห์ริ่งนัก แต่ก็ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ จนได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ถูกอัธยาศัย ทำให้เขากลายเป็นคนมีชื่อเสียง เป็นที่ชื่นชมยกย่อง และถูกจารึกชื่อไว้ในเมืองไทย
คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง สถาปนิกผู้สร้างวัง    ในเดือนมิถุนายน ๒๔๕๒ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิลกนพรัฐกรมหมื่นสรรควิสัยนรบดี โอรสในรัชกาลที่ ๕ซึ่งเป็นคนไทยคนแรกที่จบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์มาจากประเทศเยอรมัน ทรงว่าจ้างให้ดอห์ริง ออกแบบก่อสร้างวังของพระองค์ที่สามเสนเป็นรายแรก ปัจจุบันเป็นที่ทำการของการไฟฟ้าสามเสน
     ต่อมาในเดือนตุลาคม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้เขาเป็นสถาปนิกออกแบบและควบคุมการก่อสร้างพระราชวังแห่งใหม่ที่เมืองเพชรบุรี ซึ่งปัจจุบันก็คือ พระรามราชนิเวศน์ หรือ พระราชวังบ้านปืน
    ในปี ๒๔๕๔ สมเด็จฯกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงว่าจ้างดอห์ริง ให้ออกแบบ ก่อสร้างวังใหม่ของพระองค์ ที่ถนนหลานหลวง ซึ่งก็คือวังวรดิศในปัจจุบัน
    และในปีเดียวกันนี้ เขายังได้รับความไว้วางพระทัยจาก สมเด็จฯเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ให้ออกแบบก่อสร้างพระตำหนักที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระมารดาของพระองค์ ซึ่งก็คือ ‘ตำหนักสมเด็จ’ ในวังบางขุนพรหม หันหน้าลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาชั้นบนมีสะพานเชื่อมกับตำหนักใหญ่ลักษณะเป็นแบบคฤหาสน์ชนบทในเยอรมัน
     อาคารทุกหลังที่เขาออกแบบ แม้จะเป็นรูปแบบของตะวันตก แต่ก็ถูกดัดแปลงให้เหมาะสมกับภูมิประเทศเขตร้อน และเป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาโดยเฉพาะ ไม่ได้ลอกแบบเดิมมา นอกจากนี้ยังกล่าวกันว่า เขาลึกซึ้งถึงกับนำบุคลิกลักษณะของท่านเจ้าของ มากำหนดรูปแบบของอาคารด้วย
     เช่น พระรามราชนิเวศน์ ใหญ่โตโอ่อ่าสง่างามและตระการตา คู่ควรกับบารมีพระมหากษัตริย์ วังวรดิศให้เห็นถึงความนอบน้อมถ่อมตน ซื่อสัตย์ และจริงใจ อันเป็นคุณลักษณะเด่นของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพวังของพระองค์เจ้าดิลกนพรัฐ เน้นความมัธยัสถ์ ซื่อตรงเข้มแข็ง หนักแน่น และสง่างามสมชายชาตรี ส่วนรูปแบบภายนอกของตำหนักสมเด็จเป็นความสวยสง่าของสตรีเพศแบบเรียบๆ ส่วนการตกแต่งภายใน เป็นความงดงาม อ่อนหวาน และละมุนละไมอันเป็นรูปสมบัติและคุณสมบัติของอิสตรี

           คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง สถาปนิกผู้สร้างวัง

     ในปี ๒๔๕๔ คาร์ล ดอห์ริ่งขอลากลับไปพักผ่อนที่เยอรมันเป็นเวลา ๑ ปี เขาได้ถือโอกาสนี้เข้าศึกษาต่อด้านรัฐศาสตร์ กฎหมาย ประวัติศาสตร์ศิลป์และวรรณคดี ที่ University Berlin อีก หลังจากนั้นก็กลับมาควบคุมการก่อสร้างวังทั้ง ๓ ที่เขาออกแบบไว้ แต่ก็เกิดล้มป่วยซึ่งแพทย์หลวงลงความเห็นว่าไม่สามารถรักษาได้ ให้เขากลับไปรักษาในยุโรป ทำให้คาร์ล ดอห์ริ่งต้องลาออกจากราชการกลับไป และไม่ได้กลับมาอีก
     ด้วยความเป็นคนใฝ่รู้ คาร์ล ดอห์ริ่งได้กลับไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก ทั้งด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ กฎหมาย และได้รับการยกย่องให้เป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ด้วยผลงานทางด้านศิลปวัฒนธรรม
     คาร์ล ดอห์ริ่งยังได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมไทย ที่เขาซาบซึ้งประทับใจ พิมพ์เผยแพร่ในยุโรปหลายเล่ม ในหนังสือ ‘Siam Land and Volk’ คาร์ลเขียนบรรยายความรู้สึกที่มีต่อเมืองไทยไว้ว่า
     “ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ข้าพเจ้าได้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสยาม นับเป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในชีวิตของข้าพเจ้า การได้มีโอกาสพบเห็นขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของชาวสยาม ตลอดจนรูปแบบของศิลปะซึ่งหาดูได้ยาก นับเป็นประสบการณ์อันน่าชื่นชม ชาวสยามมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย เป็นธรรมชาติ และอุทิศตนให้กับคำสอนในพุทธศาสนา โดยไม่เคยต้องประสบกับความทุกข์ยากลำบากใดๆเลยในชีวิต”
     คาร์ล ซิกฟรีด ดอห์ริ่ง เสียชีวิตจากการผ่าตัดที่โรงพยาบาลเมืองดาร์มสตัท ในเยอรมัน เมื่อวันที่ ๑มิถุนายน พ.ศ.๒๔๘๔ ขณะอายุ ๖๒ ปี


 

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);