สุขภาพ...กรดไหลย้อน โรคฮิตของคนออฟฟิศ > All Magazine
    Search
  
27
สุขภาพ...กรดไหลย้อน โรคฮิตของคนออฟฟิศ

all Magazine : ปีที่ 7  ฉบับที่ 3  เดือนกรกฎาคม 2555
คอลัมน์ : สุขภาพ
เรื่อง  :  กะทิ     ภาพ  : 
www.sxc.hu

กรดไหลย้อน   โรคฮิตของคนออฟฟิศ

กรดไหลย้อน

          เกิดเป็นคนทำงานออฟฟิศ  ใครจะไปคาดคิดว่ามีภาวะเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บไม่ใช่เล่น  ไหนจะโรคออฟฟิศ ซินโดรม
ที่เล่นงานหนุ่มสาวออฟฟิศกันจนเป็นโรคยอดนิยม         ล่าสุดยังมีโรคกรดไหลย้อน     ที่ก็ฮิตไม่แพ้กัน    ซึ่งแม้จะไม่ใช่
โรคร้ายแรงแต่ก็ส่งผลกระทบในด้านการทนทุกข์ทรมาน  รวมถึงต่อประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงด้วย
          โรคกรดไหลย้อน คือภาวะที่มีกรด    และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและน้ำดี    ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณหลอดอาหาร
ซึ่งหลอดอาหารเป็นอวัยวะที่ไม่ทนต่อกรด จึงทำให้เกิดการอักเสบของหลอดอาหาร  โดยปกติหลอดอาหารจะมีการบีบตัว
ไล่อาหารลงสู่ด้านล่าง    และหูรูดจะทำหน้าที่ป้องกันการไหลย้อนของน้ำย่อย  กรด หรืออาหาร ไม่ให้ไหลย้อนขึ้นมาบริเวณ
หลอดอาหาร แต่ในบางคนนั้นหูรูดส่วนนี้ทำงานได้น้อยลง จึงทำให้มีกรด หรือน้ำย่อยไหลย้อนขึ้นมาทำให้ผนังหลอดอาหาร
อักเสบและการไหลย้อนของกรด ถ้ามีมาก อาจไหลออกนอกหลอดอาหาร อาจทำให้มีผลต่อกล่องเสียง ลำคอหรือปอดได้
หากละเลยไม่ทำการรักษา อาจทำให้เรื้อรัง มีความเสี่ยงให้กลายเป็น ‘มะเร็งหลอดอาหาร’ ได้เช่นกัน
          ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดโรคนี้คือพฤติกรรมเสี่ยงหลายอย่าง   เช่น     ดื่มสุรา    สูบบุหรี่   กินอาหารรสจัดและของทอด 
กินอาหารมื้อหนักตอนดึก ๆ  มีภาวะอ้วน  ตั้งครรภ์เป็นต้น  อาการและสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเป็นโรคกรดไหลย้อนก็คือ
ปวดแสบร้อนบริเวณกลางอก    หรือบริเวณลิ้นปี่    รู้สึกมีก้อนอยู่ในคอ   กลืนลำบากหรือกลืนแล้วเจ็บ  เจ็บคอหรือแสบลิ้น
เรื้อรังโดยเฉพาะในตอนเช้า หรือไอแห้ง    รู้สึกเหมือนมีรสขมของน้ำดี หรือมีรสเปรี้ยวของกรดในคอหรือปาก  มีเสมหะ
อยู่ในคอ  หรือระคายคอตลอดเวลา  เรอบ่อย  คลื่นไส้  และรู้สึกจุกแน่นอยู่ในหน้าอก  คล้ายอาหารไม่ย่อย ซึ่งอาการเหล่านี้
จะรุนแรงขึ้นหรือเกิดได้บ่อยขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความเครียดในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน
          การศึกษาในประเทศอเมริกา    พบว่า   60%   ของผู้ป่วยโรคกรดไหลย้อนมีอาการปานกลางถึงรุนแรง   ซึ่งในระยะนี้
ผู้ป่วยจะมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง โดย    75% นอนหลับยาก   51%      รบกวนการทำงาน    และอีก  40%   ออกกำลังกายไม่ได้
หากละเลยไม่ดูแลรักษา     ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิด มะเร็งหลอดอาหารได้      ดังนั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ควบคุม
จัดการความเครียด       รวมทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหาร   จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรจะทำ     และหากจำเป็นต้องกินยา
ควรเลือกยาที่สามารถป้องกันการไหลย้อนของกรด  น้ำย่อยในกระเพาะอาหาร 
          นอกจากนี้การรับประทานอาหารก็ควรให้อิ่มพอดี  และอย่ารับประทานอาหารใกล้เวลานอนเพราะจะทำให้เกิดกรดไหล
ย้อนได้ง่าย      และควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ     ลดน้ำหนักตัว     อย่าใส่เสื้อผ้าคับเกินไป    เนื่องจากจะเพิ่มความดัน
ในช่องท้องให้มากขึ้น เลิกสูบบุหรี่  งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ก็จะช่วยป้องกันการเกิดโรคกรดไหลย้อนได้

ขอขอบคุณโรงพยาบาลเทพธารินทร์ผู้เอื้อเฟื้อข้อมูล

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);