เสียดายคนตายไม่ได้รู้...ลาออกก่อนเสร็จงาน เป็นการสร้างกรรม? > All Magazine
    Search
  
27
เสียดายคนตายไม่ได้รู้...ลาออกก่อนเสร็จงาน เป็นการสร้างกรรม?

เสียดายคนตายไม่ได้รู้ / เรื่อง : ดังตฤณ

ลาออกก่อนเสร็จงาน เป็นการสร้างกรรม?

                                                  ลาออกก่อนเสร็จงาน เป็นการสร้างกรรม?

          ถาม : อยากทราบว่าการลาออกจากงานเพราะทนแรงกดดันไม่ไหว โดยที่งานยังค้างคาไม่เสร็จเรียบร้อย จะมีผลกรรมใหญ่
ตามมาไหมครับ?

          ตอบ : ถ้าลาออกจากงานขณะกำลังมีอารมณ์ กำลังโกรธหรือของขึ้น แค่นั้นก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แล้วครับ เพราะเป็นบ่อเกิด
ของนิสัยหุนหันพลันแล่น       ความอดทนต่ำ     เจ้าคิดเจ้าแค้น      ผมมองว่านิสัยด้านเสียที่ติดตัวไปแบบแก้ยากพรรค์นี้นั่นแหละ
เป็นผลกรรมที่เห็นชัดทันตา    เพราะคุณอาจวู่วามได้กับทุกสถานการณ์    อะไร ๆ ก็ช่างมัน อยากปล่อยปละละเลย หรือผลักภาระ
ให้คนอื่นรับผิดชอบแทนเรา
         นิสัยชนิดนี้เมื่อเพาะชำจนรากงอกในจิตใจของเรา      ยึดติดแน่นหนาอยู่กับเราแล้ว      ชีวิตที่เหลือแทบลืมเรื่องความสุขกาย
สบายใจไปได้เลย        เพราะจะดูเหมือนคุณต้องเผชิญกับ ปัญหาแก้ไม่ตกอยู่เรื่อย        และทำให้เสียความนับถือตัวเองลงทุกที
เท่าที่เห็นมา     ยุคนี้ทุกคนมีความเซ็ง     เหน็ดหน่ายกับความจำเจหรือปัญหาซ้ำซากในที่ทำงาน   จนบ่นอยากลาออกวันละสองหน
สามหนกันทั้งนั้นแหละครับ  ถ้าทนไม่ไหวจริง ๆ  เพราะแรงกดดันซ้ำซากมันยากเกินจะรับ    อย่างนั้นจะออกก็ออกเถอะ  แต่ขอให้
กัดฟันสะสางการงานในความรับผิดชอบให้เรียบร้อยก่อนส่งมอบงานให้คนใหม่เขาเข้ามารับช่วงดี ๆ      ก่อน    อย่าออกทั้งที่รู้ว่า
เดี๋ยวจะมีคนเดือดร้อนแทนคุณ คุณแค่รับรู้อย่างเดียวว่าไม่เอาแล้ว บ๋ายบาย ฉันไปก่อนล่ะ  จะอ้างว่าไม่รับเงินเดือนงวดสุดท้าย
ก็ไม่ได้เป็นการยุติธรรมอะไรเลยนะครับ       คนเราไม่ใช่ทำงานแลกเงินเดือนอย่างเดียว       ตัวงานเองคือการก่อกรรมชนิดต่าง ๆ
มากมายเหลือคณานับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมในด้านความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
          ผมเคยเห็นนะครับ กลุ่มลูกจ้างไม่พอใจเจ้านายก็นัดแนะกันลาออก   คือปรึกษากันแล้วเห็นชัดว่าถ้าแกล้งกอดคอลาออก
อย่างพร้อมเพรียง      บริษัทฉิบหายแน่         หรือเจ้านายต้องวิ่งวุ่นเหน็ดเหนื่อยขาขวิดแน่  ๆ    แบบนี้ผลกรรมในอนาคตจะต้องเป็น
ผู้เหนื่อยแทบกระอักเลือด           เป็นผู้ที่คุมคนไม่ได้       และจะต้องแบกภาระหลายด้านพร้อมกัน    ทำอันนี้ไม่ทันเสร็จก็มีอันโน้น
เพิ่มทับเข้ามา บางคนคิดอย่างนี้นะครับ     คือฉันไม่แคร์ว่าจะต้องพึ่งใครละ  ฉันไม่ง้อใครต่อละ ฉันพึ่งตัวเองได้ เพราะฉะนั้นฉันจะ
ลาออกไปเป็นนายตัวเอง  อันนี้ขอบอกว่าถ้ามีเงินเก็บ มีทุนหนา    หรือมีสายป่านยาว ก็ดูเหมือนใคร ๆ จะเป็นนายตัวเองกันได้จริง
แต่แนะอย่าง      หากคุณทำงานเป็นลูกน้องคนอื่นแล้วยังปราบพยศในตนเองไม่ได้    ยังดับนิสัยหุนหันพลันแล่นไม่ได้ ก็อย่าเสี่ยง
ทีเดียวครับ          อย่าเพิ่งตัดสินใจเป็นนายตัวเอง หรือคิดเป็นนายคนอื่น       เพราะคุณสามารถปิดบริษัทได้ด้วยเหตุผลเล็ก ๆ  เช่น
เบื่อแล้ว  เซ็งแล้ว  ขี้เกียจทำต่อแล้ว    ไม่อยากอดทนกับความกดดันต่าง ๆ แล้ว    และนั่นก็จะเป็นความเดือดร้อนของลูกน้องคุณ
ถ้วนหน้า โดยที่ตัวคุณยังมีฟูกรองรับสบาย ๆ
          ต้องมีวงเล็บไว้นิดหนึ่ง เดี๋ยวจะหาว่าเข้าข้างฝ่ายเจ้านายท่าเดียว    ผมเคยเห็นอีกเหมือนกัน บริษัทที่มีนายมหาโหดราวกับ
ผู้คุมนักโทษ    ด่าว่าพนักงานด้วยนิสัยดุร้ายอันธพาล พูดจาหยาบคายยิ่งกว่าปากตลาด      ทั้งที่มีการศึกษาสูง แม้จะเดินไปเข้า
ห้องน้ำก็เหล่แล้วเหล่อีกและหนักกว่าอะไรคือใช้งานคนเยี่ยงทาส ให้กลับดึกดื่น ๆเป็นประจำโดยไม่มีโอที ไม่สนว่าผู้หญิงกลับ
ค่ำมืดจะมีอันตรายแค่ไหน      แบบนี้ต้องใช้ดุลยพินิจว่าเขาทำเกินไปหรือเปล่า     ถ้าเกินไปแบบผิดผู้ผิดคนจริง  ๆ   คุณลาออกมา
กะทันหันก็ไม่เป็นไรครับ
          ถ้าเครียดเหมือนสติจะแตก ขอลาพักร้อนก็ไม่ได้งานการประดังรุมเร้าเข้ามาไม่หยุดหย่อนด้วยภาวะความจำเป็นของบริษัท
อันนี้ก็อาจต้องเอาตัวรอดเหมือนกัน ไม่งั้นเดี๋ยวไปลงเอยที่โรงพยาบาลบ้า ถ้าคุณกำยาหลายๆ ชุดพร้อมหน้าดำ ๆ ไปแสดงเป็น
หลักฐาน เขาก็คงให้ออกด้วยความเห็นใจ ขออย่างเดียวอย่างแกล้งตกแต่งหลักฐานขึ้นมาทั้งรู้แก่ใจก็แล้วกัน
          อยากสรุปคือ วิธีลาออกอย่างปลอดภัยในทางธรรมจริง ๆ นั้น    คือหัดปราบพยศในตนเองให้ราบคาบเสียก่อน แน่ใจแล้วว่า
ขณะตัดสินใจลาออกนั้น จิตใจคุณไม่เคืองแค้นอาฆาตใคร      ไม่ทำไปเพื่อความสะใจหรือคิดประชดใครให้เขาผูกเจ็บ   แต่ทำไป
ด้วยเหตุผลตามสมควรอย่างแท้จริง และไม่มีสิ่งใดติดค้างอยู่อีก

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);