เสียดายคนตายไม่ได้รู้...จะเอาหลักอะไรตัดสิน ว่ากรรมที่ทำดีหรือชั่ว? > All Magazine
    Search
  
07
เสียดายคนตายไม่ได้รู้...จะเอาหลักอะไรตัดสิน ว่ากรรมที่ทำดีหรือชั่ว?

เสียดายคนตายไม่ได้รู้  : ดังตฤณ  
ภาพ : ภาภิชัช

จะเอาหลักอะไรตัดสิน  ว่ากรรมที่ทำดีหรือชั่ว?

พระพุทธรูป

         เบื้องต้นที่สุดเมื่อยังไม่แน่ใจ ก็ให้อาศัยศีล ๕ เป็นเกณฑ์สำรวจก่อน โดยถามตัวเองว่า…
        ๑) ทำไปแล้วสิ่งมีชีวิตต้องตายดับไหม?
        ๒) ทำไปแล้วมีผู้สูญเสียทรัพย์สมบัติของเขาไหม?
        ๓) ทำไปแล้วอาจมีผู้เจ็บใจจากการเห็นผัวเมียหรือลูกหลานที่ตนเลี้ยงดูอยู่ไปเล่นชู้ไหม?
        ๔) ทำไปแล้วมีผู้เข้าใจความจริงผิดพลาดไหม?
        ๕) ทำไปแล้วเกิดอาการมึนเมาขาดสติไหม?

          หากรู้อยู่แก่ใจว่า ‘ใช่’ แล้วขืนทำ ก็จัดว่าเป็นกรรมชั่ว ในทางตรงข้าม หากมีสิ่งยั่วยุให้ทำแล้วไม่ทำ
เจตนางดเว้นนั้น ๆ เรียกว่ากรรมดี
          เมื่อได้เกณฑ์ในการสำรวจอย่างใหญ่แล้ว ยังอาจเกิดคำถามปลีกย่อยขึ้นมาอีกนานัปการ     ก็ขอให้
เกณฑ์สำรวจอย่างละเอียดอีก ๓ ข้อคือ
         ๑) ขณะทำ จิตใจมีความโลภอยากได้เพียงใด?  ถ้าโลภมากจนแย่งชิงได้โดยไม่คำนึงถึงความพึงมี
พึงได้นี่เรียกว่าเป็นกรรมชั่ว ถ้าโลภในขอบเขตที่ซื้อหามาด้วยเงินสะอาดหรือเอาแรงตนเข้าแลกนี่จัดว่า
ทำกรรมไม่ดีไม่ชั่ว แต่ถ้าสละความโลภโดยการบริจาคให้ทรัพย์เป็นทาน     ได้ประโยชน์กับคนอื่น   นี่คือ
กรรมดี
          ๒) ขณะทำ จิตใจมีความโกรธเกลียด     อาฆาตพยาบาทเพียงใด?    ถ้าโกรธมากจนทำร้ายร่างกาย
หรือจิตใจคนอื่นได้ นี่เรียกว่าเป็นกรรมชั่ว     ถ้าโกรธอยู่ในใจแต่ไม่ปริปากบริภาษหรือแสดงท่าจะเป็นภัย
นี่จัดว่าทำกรรมไม่ดีไม่ชั่ว แต่ถ้าสละความโกรธโดยคิดให้อภัยเป็นทาน นี่คือกรรมดี
          ๓) ขณะทำ จิตใจมีความหลงสำคัญผิดเพียงใด? ถ้าหลงมากจนคิดเบียดเบียนตนเบียดเบียนท่าน
ในทางใดทางหนึ่งได้ นี่เรียกว่าเป็นกรรมชั่ว แต่ถ้ากำจัดความหลง       ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น
หรือกระทั่งเกื้อกูลให้เกิดประโยชน์สุขทั้งต่อตนเองและผู้อื่น นี่คือยอดแห่งกรรมดี
          ข้อสุดท้ายนี้สำคัญสูงสุด จะเห็นว่าถ้าจิตมีความเห็นผิดเป็นชอบอยู่ก่อน กรรมที่เกิดขึ้นก็ต้องหนัก
ไปในข้างอกุศล     แม้ดัดท่าทีหรือแต่งจิตเลียนแบบคนดีมีศีลธรรม    จิตวิญญาณย่อมทอดเงาชี้ไปทาง
อบายอยู่ดี          ในทางตรงข้ามหากจิตมีความเห็นชอบ    กรรมที่เกิดขึ้นย่อมหนักไปทางกุศลเป็นแน่แท้
แม้ยังเป็นคนปอน ๆ ดูท่าไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก จิตวิญญาณย่อมทอดเงาไปทางสบายเป็นแน่แท้
          ฉะนั้นการตั้งมุมมอง  การทำความเห็นเรื่องกรรมวิบากให้ถูกต้อง    จึงจัดเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่สุด
ของการก่อกรรมดี    ส่วนการไม่พยายามตั้งมุมมองให้ถูกต้อง      การปล่อยปละทอดหุ่ย ประพฤติตนตาม
อำเภอใจ สุดแท้แต่กิเลสหรือสังคมแวดล้อมจะชักจูง     ต้องจัดเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการก่อกรรมชั่ว
อีกประการหนึ่ง ใจคุณเป็นอย่างไรกรรมก็เป็นไปตามนั้น ขอแยกเป็น๒ ประเภทใหญ่ๆเพื่อเห็นภาพง่าย
คือ…
          ๑) ปกติเป็นคนใจพยาบาทมาดร้าย กรรมที่เกิดขึ้นย่อมเจือด้วยความประสงค์ร้าย คุณไม่ต้องตั้งใจ
ไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องฝืนข่ม แค่ปล่อยให้กิเลสทำงานก็เป็นคนชนิดนี้กันได้ง่าย ๆ แล้ว
          ๒) ปกติเป็นคนใจดีมีเมตตา      กรรมที่เกิดขึ้นย่อมเจือด้วยปรารถนาดี    คุณต้องเริ่มจากความตั้งใจ
ต้องอาศัยความพยายามอย่างต่อเนื่อง และบางครั้งต้องอดกลั้นไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งยั่วยุยิ่งยวด จึงจะเป็น
คนชนิดนี้กันได้
          ผมเองก็อยู่ในโลกนี้เหมือนคุณ ๆ เพราะฉะนั้นจึงทราบดีครับว่าเหตุการณ์และสถานการณ์ที่บีบเรา
อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น    เต็มไปด้วยรายละเอียดปลีกย่อยยิบยับ   บางครั้งตัดสินยากว่าที่เราทำ   ๆ   ไปนั้น
เรียกว่ากรรมดีหรือกรรมชั่วกันแน่ ขอให้อาศัยเกณฑ์ต่าง ๆ ข้างต้น ได้แก่ ศีล ระดับความโลภโกรธหลง
และสภาพปกติของจิตใจของคุณ วันหนึ่งคุณจะได้คำตอบว่ากรรมดีทำแล้วจิตสว่าง กรรมชั่วทำแล้ว
จิตมืด กรรมครึ่งดีครึ่งชั่วทำแล้วจิตอาจเบาแบบหม่น ถึงตรงนั้นจะแยกแยะถูกเองครับว่าควรตัดสินใจ
ทำอย่างไรเพื่อความเจริญ ตัดสินใจเลือกอย่างไรเพื่อความไม่เสื่อม ไม่ว่าสถานการณ์จะมาท่าไหนก็
โต้ตอบกลับไปได้ด้วยความแน่ใจว่าจะไม่หลงลงต่ำแน่ ๆ

 

Comments

There are currently no comments, be the first to post one.

Post Comment

Name (required)

Email (required)

Website

Enter the code shown above in the box below

 


                             

 
Copyright © 2007 by All Magazine   |  Login | 



);